[Fantasy] The puzzle of Hunter 2
posted on 25 Jul 2009 14:13 by disaster-riddenAuthor: ~So~Kiss~
Rating: PG-13
Comment : Fantasy
จุดเริ่มต้นที่ 2 รูปภาพ
แสงอ่อนๆของดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็กที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เสียงร้องของสัตว์น้อยใหญ่ที่พลางกันตื่นออกมาต้อนรับแสงของวันใหม่ เสียงสายลมเบาๆพัดผ่านเข้าพร้อมเสียงนกตัวน้อยแข่งกันขับร้องเสียงออกมาให้เป็นบทเพลง
“อะไรนักหนาวะ....คนจะหลับจะนอน” เสียงโวยวายของโรลอาร์ดังขึ้นหลังจากที่เสียงต่างๆนานาดังเข้ามารบกวนโสตประสาทของเขา
หลังจากที่เมื่อวานโรลต้องจัดการกับพวกนั้นโดยที่ไม่อยู่ในใบสั่งให้จัดการ ถึงยังไงโรลเองก็ไม่ได้ถูกชะตากับแสงสว่างหรืออะไรที่มันสว่างๆสักเท่าไหร่จึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นอะไรที่จะต้องตื่นเช้ามากๆ ซึ่งพอๆกับเดมอสด์พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ถูกชะตาอะไรกับแสงนั้นเลยสักนิด ออกจะโดนไม่ได้เสียด้วยซ้ำแต่ยังไงภาพตรงหน้ามันก็ไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่
นัยน์ตาสีอเทมิสต์ยังจ้องคนตรงหน้าแบบไม่เชื่อสายตา เพื่อนสนิทของตนในชุดของบาทหลวงยืนมองจากประตูพร้อมส่งสายตาเขม่นมาให้
“โรลถ้านายจะอยู่ที่นี่หัดตื่นเช้าเสียมั่ง” เดมอสด์พูดย้ำพร้อมเดินเข้าไปดึงห้าห่มออกจากเตียงหลังจากที่โรลอาร์ดึงมันไปคลุมหัวเพื่อนหลบแสงจากดวงอาทิตย์และใช้มันหลบหน้าไปพร้อมๆกัน
มีเพียงแต่ความเงียบเป็นคำตอบกลับมา...โดยที่ร่างบนเตียงไม่คิดจะลุกหรือขยับออกจากเตียงสักนิดเดียว
“ถ้านายไม่ลุก เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้ฉันเซงและอาจจะปฎิเสธนายเป็นรอบที่ 100 ก็ได้นะ”
“โถ่เว้ย เดสนายก็รู้ว่าฉันไม่ถูกกับแดดพอๆกับนายนะ แล้วผีเข้าหรือไงเนี่ยทำมาตื่นเช้าทั้งๆที่นายเคยตื่นสายกว่าฉันตั้เยอะ” โรลอาร์พูดพร้อมกระเด้งตัวออกจากเตียงหลังจากที่เดสพูดจบโดยไม่สนผ้าห่มที่เคยห่อร่างของตนเมื่อครู่หลุดลงไปนอนกองอยู่บนพื้น
เดมอสด์จ้องเพื่อนของตนด้วยสายตาเบื่อหน่าย “ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ปรับนิสัยของนายด้วยนะโรล” และพูดคำพูดทิ้งท้ายไว้โดยไม่สนใจเพื่อนของตนที่กำลังทำหน้าสงสัยหลังจากที่ฟังคนตรงหน้าพูดจนจบประโยค
“เดมอสด์ ... นายไม่เป็นอะไรหรือไง ฉันหมายถึงเวลานายโดนแดดหนะ” โรลอาร์ถามออกไปทั้งๆที่คนตรงหน้าจะเดินออกจากประตูไปอยู่แล้ว
ตื่นตอนเช้าทั้งๆที่ไม่ถูกกับแสงเท่าไหร่ มันหายไป 1 ปีกว่าเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยหรือไงเนี่ยรู้งี้น่าจะหายไปเหมือนมันมั่ง
“ถ้าไม่เป็นอะไรฉันจะใส่แบบนี้เหรอ” เดสตอบกลับพร้อมถอดเสื้อคลุมที่ตนใส่โยนใส่ให้โรลอาร์ดู
ดูเผินๆจะเหมือน ชุดบาทหลวงธรรมดาแต่เนื้อผ้าดูหนากว่าปกติอยู่มาก ด้านในดูท่าจะทำไว้ไม่ต่ำว่า 3 ชั้น ซึ่งด้านในสุดเป็นสีขาวสะอาดตาและชั้นนอกสุดเป็นอย่างที่เห็น เนื้อผ้าสีดำสนิทไม่ต่างกับขนของอีกาเลยทีเดียว มีเพียงดิ้นเงินที่ถูกปักเป็นไม้กางเขนไว้ตรงอกด้านซ้ายและดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ตัดกับสีเสื้อตัวนี้
“ร้อนตายใส่แบบนี้” โรลพูดจบพร้อมโยนเสื้อคืนให้กับเดมอสด์โดยคิดว่าจะไม่แลมันอีก
“มีชุดอื่นมั่งไหม”
“มีแต่ ถ้านายไม่อยากโดนแดดก็มีแต่ต้องใส่แบบนี้เท่านั้นแหละ จะเอาไง” เดมอสด์พูดอย่างระอาในนิสัยของเพื่อนคนนี้
เพราะโรลเป็นคนที่หัวแข็ง และดื้อเป็นที่สุด....
แต่ถ้ามีอะไรสำคัญจริงๆ...มันจะยอมทำตามหละนะ...
เป็นไปตามคาดการณ์ของเดมอสด์ว่าถ้าสำคัญจริงๆมันถึงจะยอมทำตาม ไม่ถึง 10 นาทีโรลอาร์ทำท่าเหมือนจะยอมใส่เสื้อถึงอาการจะแสดงออกว่าไม่พอใจมากก็ตาม
‘ให้ตายเหอะฉันต้องใส่ชุดเชยๆแบบนายไปอีกนานไหมเนี่ยเจ้าเพื่อนบ้า’ โรลอาร์ได้แต่สถบในใจก่อนจะยื่นมือออกไปรับเสื้อที่เพื่อนของตนส่งมาให้
“ไม่ต้องคิดว่าชุดมันเชยเลยโรลฉันรู้ว่ายังไงนายก็ไม่ชอบใส่แบบเรียบๆฉันไปจัดการให้มันดูไม่เรียบแล้ว จะทำอะไรกับมันต่อก็ตามใจนายฉันไม่ว่าถ้านายจะตัดหรือเติมแต่งอะไรกับเสื้อตัวนี้”
“...ถึงยังไงรสนิยมฉันกับนายมันก็ไม่ต่างกันซะเท่าไหร่นะนี่” โรลอาร์กางเสื้อที่ได้ออกมาดู
เสื้อตัวนี้ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ด้านหลังถูกปักเพิ่มด้วยดิ้นสีเงินชนิดเดียวกับรอยปักด้านหน้า ดิ้นสีเงินถูกนำไปปักเป็นรูปไม้กางเขนขนาดใหญ่ไว้ทางด้านหลังของเสื้อ แต่ก็นะแค่นี้มันก็ยังเรียบเกินไปอยู่ดีแต่ก็พอใส่ได้ไม่เรียบจนเกินไป
งั้นหวังไว้ว่าเดมอสด์จะเตรียมเสื้อลักษณะแบบนี้ หรือเท่ห์กว่านี้ไว้ให้หลายๆตัวหละนะเพราะให้ตายยังก็ไม่ยอมใส่เสื้อเชยๆแบบนั้นเด็ดขาด
โรลอาร์ได้แต่คิดพร้อมใส่เสื้อคลุมที่เพิ่งได้มาออกไปด้านนอกของห้องตามหลังเดมอสด์ไปติดๆ
……………………………………………………….
“อรุณสวัสดิ์ ครับท่านไฮเดนท์” เสียงกล่าวอรุณสวัสดิ์ถูกส่งมาให้เดมอสด์ตลอดทางเดิน และทุกคนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ซึ่งผิดกับที่ทุกคนมองโรลอาร์ด้วยสายตาแปลกๆ แต่ใช่ว่าเมื่อวานมันจะเกิดเรื่องน้อยเสียเมื่อไหร่ เพียงเพราะเขาลากเจ้าพวกนั้นในจำนวนที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไปมาด้วยก็เท่านั้น พ่วงด้วยการส่งมันไปหาพระผู้เป็นเจ้าที่คนเหล่านี้พร่ำเพ้อสวดภาวนาหากันโดยที่ชาตินี้จะมีวันได้เจอกันหรือเปล่า แต่การมองด้วยสายตาแบบนี้มันเสียงมารยาทเป็นที่สุด ทั้งๆที่เดมอสด์เองก็เป็นคนช่วยส่งพวกมันไปหาพระผู้เป็นเจ้าเหมือนกันทำไมมันไม่โดนมองแบบนี้มั่ง
หลังจากที่โรลส่งสายตาอาฆาตไปหาเดมอสด์ยังพยักหน้าแทนคำตอบรับการทักทายของผู้คน โดยไม่สนใจอะไรเพื่อนของตนที่ส่งสายตามาจากทางด้านหลังเลยสักนิด
หลังจากที่พวกเขาทั้งสองเดินเรียบระเบียงทางเข้าสู่อาคารโบสถ์ เพื่อตรงไปยังห้องโถงใหญ่สายตาของโรลอาร์เหลือบไปมองเห็นรูปภาพหนึ่ง ที่เป็นเพียงรูปไม้กางเขนสีเงินธรรมดาแต่ถูกนำมาตกแต่งในโบสถ์ที่ใหญ่ได้แสดงว่าคนวาดต้องมีฝีมือที่เก่งมาก แต่จริงๆมันก็ดูไม่มีอะไรมากออกจะดูเรียบไปด้วยซ้ำ
“ชอบภาพนี้หรือไงโรล นายจะเอาไหมฉันจะได้ให้คนมาปลดไปแปะไว้ที่ห้องให้” เดมอสด์ที่ยังเป็นคนดีเหมือนแต่ก่อนเช่นเดิมกล่าวกับเพื่อนของตนที่กำลังจ้องรูปภาพรูปนั้นจนไม่ยอมเดินตามตนไป
“เปล่าชอบ แค่เห็นว่ารูปภาพนี้เรียบไปเลยสงสัยว่าคนวาดคือใคร เก่งมากหรือไง ทางโบสถ์ถึงได้เอามาแปะไว้แบบนี้ หรือคนๆนั้นมีความสำคัญกับโบสถ์มาก” โรลพูดออกมาด้วยความสงสัยหลังจากที่ตนจ้องรูปภาพรูปนั้นมานานพอสมควร
“นายว่ามันเรียบไปเหรอไง”
“ใช่มันเรียบมาก มีแต่ไม้กางเขนตั้งเด่อยู่กลางรูปใครๆก็บอกว่ามันเรียบแน่ๆ” ถึงตัวโรลอาร์เองจะเป็นคนไม่ชอบอะไรเรียบๆเอาเสียมาก แต่ให้ตายเหอะล้านเปอร์เซ็นต์ใครๆก็บอกว่ารูปภาพนี้เรียบเกินไป
“ฉันวาดมันเอง แต่ว่ามันไม่เรียบเท่าไหร่ถ้ามันเรียบเกินไปไม่ถูกใจนาย ฉันจะสั่งให้คนปลดมันลงให้ก็ได้” โดยที่เดมอสด์พูดกับโรลอาร์กจบก็หันไปสั่งกับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้จัดการปลดรูปนั้นลงทันทีโดยที่ไม่ฟังคำท้วงติ่งใดๆของโรลอาร์เลยสักนิด
“ฉันบอกว่ามันเรียบแต่ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบเสียหน่อยเดส ในเมื่อนายปลดมันลงงั้นฉันก็ขอนายเลยแล้วกัน” มีเพียงการพยักหน้าเบาๆของเดมอสด์เท่านั้นที่แสดงถึงคำตอบรับว่า ‘ฉันให้นาย จะเอาไปทำอะไรก็เอาไปเหอะอย่าเอาไปทิ้งเป็นพอมันจะเสียของ’
โรลอาร์หวังไว้ว่ามันคงเป็นรูปแรกที่เดมอสด์วาดขึ้นเพราะตั้งแต่เกิดมาตัวเขาก็ไม่เคยที่จะได้เห็นมันวาดรูปเลยสักครั้งเดียว
“หิวแล้วหรือยัง เดินผ่านห้องโถงไปก็เจอกับห้องอาหารแล้วไม่ไกลเท่าไหร่” เดมอสด์หันกลับมาพูดกับโรลอาร์หลังจากที่สั่งให้นำรูปที่ถูกปลดออกไปแปะในห้องนอนของโรลเป็นที่เรียบร้อย
“นิดหน่อย นายทำหยังกับฉันเป็นพวก กินจุ และหิวตลอดเวลาแบบนั้น” แต่ถึงยังไงเสียงครวญครางในกระเพาะของโรลก็ประท้วงเจ้าของร่างที่เมื่อคืนยังไม่ได้ ทานอาหารเข้าไปเลยสักนิดเดียว
“แต่กระเพาะนาย ร้องออกมาซะขนาดนั้นต่อให้ปฎิเสธว่าไม่หิวยังไงฉันก็ไม่คิดจะเชื่อเท่าไหร่ เอาเป็นว่าให้ตายยังไงฉันก็ไม่เชื่อเลยแล้วกันว่านายไม่หิวฉะนั้นก็รีบไปกันเหอะหรือนายอยากจะรอให้กระเพาะของนายร้องจนร้องไม่ไหว” เดสหันมาพูดกับโรลในขณะที่โรลกำลังทำหน้าเบ้ใส่
“ก็ได้ฉันหิวจะตายอยู่แล้วรีบๆพาไปด่วนเลย เดมอสด์” โรลอาร์ได้แต่พูดยอมรับพร้อมพยายามดันให้คนตรงหน้ารีบเดินไปเร็วๆ
ไม่นานทั้งสองก็ก้าวเข้าไปในห้องอาหารของโบสถ์ โต๊ะสองแถวถูกจัดเรียงวางยาวไว้อย่างเป็นระเบียบพร้อมกับบนโต๊ะถูกจัดวางถ้วยชามไว้ใช้สำหรับรับประทานอาหารเป็นที่เรียบร้อย แถมในบางส่วนของโต๊ะก็ยังมีนักบวชบางคนนั่งรออยู่ก่อนแล้วเสียด้วย ด้านบนเพดานถูกกระดับด้วยโคมไฟธรรมดาซึ่งต่างกับโคมไฟที่ติดบนเพดานห้องโถงใหญ่ที่เป็นโคมไฟระย้าที่ถูกทำด้วยความละเอียดอ่อน ดูๆไปแล้วจากการประเมินราคาคร่าวๆมันก็คงมีราคาค่างวดแพงน่าดู ซึ่งถ้าเกิดเสียหรือพังไปสักตัว ไม่อยากจะคิดว่าจะต้องเสียงเงินขนาดไหนกับการเปลี่ยนโคมไฟในห้องโถงยกชุด
“โรลนายไปนั่งรอฉันตรงนั้น” เดมอสด์ชี้ไปยังที่หนังใกล้ๆหัวโต๊ะซึ่งน่าจะเป็นที่นั่งของบาทหลวงหรือพวกนักบวชชั้นสูงหน่อยพร้อมบอกให้ตัวเขาไปนั่งรอตรงนั้น
เดมอสด์พูดต่อหลังจากที่เห็นหน้าไม่พอใจของโรลอาร์ เท่าไหร่ “เดี๋ยวไปนั่งด้วยนายไปนั่งก่อน” พูดเสร็จเขาก็หันหลังรีบเดินออกไปทันทีโดยทิ้งให้โรลอาร์ อ้าปากทำท่าทางเหมือนจะพูดก็ต้องหยุดชะงักหยุดชะงักลง แล้วหันตัวเดินตรงไปยังที่ที่เพื่อนของตนบอกให้นั่งรอ
ทุกๆก้าวที่โรลอาร์เดินไปจะมีสายตาจ้องมองและอาการกระซิบกระซาบของคนไปตลอดทางโดยไม่เกรงใจว่าคนๆนั้นจะสังเกตเห็นหรือรู้เลยสักนิด
‘อย่างนี้ถึงเกลียดสถานที่ที่มีสิ่งชีวิตมากๆแบบนี้ไงหละทำอะไรสะดุดตา ก็โดนมองโดนนินทาถึงตัวเขาเองจะไม่ใช่ผู้หญิงก็เหอะ แต่การที่เขาถูกนินทาต่อหน้ามันก็รู้สึกแย่พอๆกับการที่ตัวเขาโดนว่าเรื่องการใส่เสื้อผ้าเชยๆ แต่เดสมันไม่เคยสนใจสักเท่าไหร่เขาถึงต้องหาเสื้อผ้าเท่ห์ๆให้มันใส่เสียมั่ง’
เมื่อโรลอาร์มาถึงที่ที่เดมอสด์บอกให้นั่งรอเขาก็หย่อนก้นลงไปนั่งทันทีพร้อมเอนตัวไปนาบกับพนักพิง พร้อมกับเริ่มคิดอะไรต่างๆนานาที่เกิดขึ้นในวันนี้
‘ตื่นก็เช้าแถมยังต้องมากังวลกับพวกที่จะนินทาอีกรู้งี้นอนต่อให้สบายใจดีกว่า’ โรลอาร์ได้แต่นึกในใจพร้อมนั่งเหม่อไปเรื่อยๆรอจนกว่าเพื่อนของตนจะเดินมาหาตามที่ได้บอกไว้
ตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 9 ขวบก็ไม่เคยได้เข้าโบสถ์อีกเลย นับจากเหตุการณ์นั้น นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปีที่ตัวเขาก้าวเท้าเข้ามาในโบสถ์นับว่าเป็นเวลาที่นานพอดู
สายลมพัดเขามาตามหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้ทำให้เส้นผมสีทองสว่างของโรลอาร์ปลิวไปตามทิศทางของสายลม โดยที่เจ้าตัวมัวแต่นั่งเหม่อไม่สนใจเส้นผมของตัวเองเลยสักนิด
…………………………………………………………………………………
“โรล....โรล...โรลอาร์........โรลอาร์ วาเรนส์! ได้สติหรือยังมั่วแต่เหม่ออยู่ด้วย” เสียงเรียกของเดมอสด์ฉุดกระชากสติของโรลอาร์ที่เกือบจะหลุดลอยไปไกลให้กลับเข้าร่างอีกครั้ง
“ผมไม่รู้จักรัดให้เรียบร้อย มันปลิวสยายไปรบกวนคนอื่นเห็นหรือไงโรล แถมนายนั่งไม่ตรงดูเหมือนว่านายจะต้องโดนฝึกการใช้ชีวิตในนี้อีกนานเลยนะโรล” ไม่ทันที่โรลอาร์จะได้เถียงอะไรประโยคถัดไปของเดมอสด์ก็ถูกใส่ออกมาเป็นชุดๆ เหมือนกับพ่อนั่งสั่งสอนลูกอะไรประมาณนั้น
“หายไปไหนมา เดส” หลังจากที่โรลตั้งสติได้ก็ถามคนเบื้องหน้าทันทีว่ามันหายหัวไปไหนมา
“ก็...เรื่องที่นายมาอยู่ที่นี่ต้องแจ้งก่อนแล้วก็ ไปเอาไอพวกนี้มาให้นายด้วย” เดสพูดก่อนจะยกถาดอาหารเช้าขึ้นไปวางไว้บนโต๊ะสองชุด
“หิวก็กินซะ เติมได้ไม่ต้องห่วงที่นี่ฟรีไม่เสียเงินหรอก” เดสพูดหลังจากที่เห็นเพื่อนของคนทำท่าไม่อยากจะกินหรือไม่อยากจะกลืนมันลงคอสักเท่าไหร่
“เปล่าไม่ใช่ คิดว่ามันจะต้องเสียเงิน....แต่มันกินยังไงฉันไม่เคยกิน...”
คำตอบของโรลอาร์ทำให้เดมอสด์ กระตุกยิ้มออกมาบางๆ “เอาเข้าปากเคี้ยวๆกลืนก็จบ รสชาติไม่แย่ถึงมันจะดูไม่น่ากินมากขนาดไหนก็เหอะ”
หลังจากที่โรลอาร์นั่งทำใจกับอาหารตรงหน้าไม่นาน มือทั้งสองข้างก็เริ่มจับช้อน ตักอาหารเข้าปากทันทีเพราะกระเพาะอาหารเริ่มร้องประท้วงกับเจ้าของร่างหลังจากที่มันเงียบไปนาน
“มันไม่แย่อย่างที่คิดใช่ไหมโรล” เดสหันมาเอ่ยปากถามในขณะที่ในจานของตนเองกำลังจะหมดอยู่แล้ว
“ใช่มันก็ไม่แย่เท่าที่คิดไว้”
“ไว้กินเสร็จ จะพาเดินรอบๆโบสถ์แล้วกัน” คำตอบทีได้มาจากโรลมีเพียงการพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ
“กินช้าๆก็ได้โรล ฉันรู้ว่านายหิวมาก”
หลังจากที่เดมอสด์พูดจบไม่กี่นาทีต่อมาโรลอาร์ก็นั่งเช็ดปากเรียบร้อยพร้อมพูดด้วยรอยยิ้มสดใสว่า “อิ่มแล้วนายจะพาฉันไปดูที่ไหนหละ ถ้าไม่เดินออกกำลังกายหลังอาหารมันจะง่วง” และกระเด้งตัวออกจากเก้าอี้และลากเดมอสด์ที่ยกถาดอาหารไปเก็บออกมาจากห้องอาหารทันที
“ทีนี้นายพาฉันไปทัวร์โบสถ์ ที่รักนักรักหนาได้และเดส” ชายหนุ่มผมทองพูดด้วยรอยยิ้มหลังจากที่ยิ้มไม่ออกอยู่นานเพราะความหิว
โดยที่ชายหนุ่มผมดำได้แต่เดินตามเพื่อนสนิทของคนที่เดินนำหน้าราวกลับรู้ทางในโบสถ์นี้เป็นอย่างดี
ความคิดที่พวกเขาคิดให้อีกฝ่ายหลังจากที่ไม่เจอกันนานเกือบ 2 ปีคือ ‘ถึงจะไม่ได้เจอหน้ากันนานถึงสองปี แต่มันก็ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ’
“โรลอาร์ นายหรือฉันเป็นคนรู้ทางในโบสถ์กันแน่” เดมอสด์อดที่จะพูดไม่ได้ เนื่องจากคนตรงหน้าซึ่งไม่รู้ทางเดิน ดันเดินนำไปทั่วโบสถ์โดยทิ้งให้คนที่รู้ทางในโบสถ์เช่นเขาเดินตามข้างหลัง
“แฮะๆ นายก็เดินนำสิ” โรลอาร์ได้แต่หัวเราะเบาๆพร้อมหลีกทางให้คนด้านหลังออกมาเดินนำหลังจากที่ตัวเองเดินนำไปครึ่งค่อนโบสถ์แล้ว
เดมอสด์ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ พร้อมเดินนำหน้าพลางนะแนะสถานที่ต่างๆภายในโบสถ์อย่างละเอียดให้คนที่เดินตามข้างหลังฟัง
“จากทางที่เราไปยังห้องอาหารนั้นเป็นระเบียงทางเข้าสู่อาคารโบสถ์ นายจะเห็นว่ามีประตูของโบสถ์อยู่ด้วยตรงนี้จะใช้เวลาให้การต้อนรับใครๆที่มาเข้าร่วมพิธีนายก็เห็นแล้วว่า ตามผนังจะมีภาพตกแต่งไปทั่วๆไม่ต้องสนใจมันฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องตกแต่งทำไม” หลังจากที่โรลอาร์เดินฟังเดมอสด์พร่ำเพ้อถึงโบสถ์มาตลอดทาง...ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจโบสถ์นี้แต่มันเบื่อจนจะทนไม่ไหวแล้ว ที่ทนฟังมันพร่ำพรรณนาถึงโบสถ์อันเป็นที่รักของมัน เกือบจะ 2 ช.ม. แถมโบสถ์นี่มันพาวนมา 3 รอบใครไม่เบื่อให้มันรู้ไป
ในที่สุดความอดทนของโรลก็จบลงด้วยการพูดโวยวายออกมา “เดส ฉันเบื่อแล้ว นายพาฉันวนมา 3 รอบช่วยหยุดสักหน่อยได้ไหมมันเมื่อยโว้ย”
“งั้นจะให้ทำยังไง ในเมื่อยนายยังรู้จักไม่ทั่วโบสถ์เลยฉันว่านายเดินอีกสักรอบสองรอบคงจะรู้จักทั่วนั้นหละ” เดมอสด์พูดออกมาพร้อมพยายามทำเสียงให้อยู่ในระดับเดิม
ต่อให้คนโง่ขนาดไหนก็ต้องเดาถูกว่ากำลังโดนแกล้งแน่ๆ “แกล้งใช่ไหมฉัน เดส.......ไอเพื่อนเวร! คนเขาอุตส่าห์เดิมตามมานานสองนานที่แท้พาวนจนเมื่อยขา” น้ำเสียงกระแทกของโรลทำให้คนตรงหน้ารู้ว่าเพื่อนของเขานั้นไม่พอใจอย่างแรง
“ในเมื่อนายทำให้ฉันโกรธ...การชดใช้ความผิดคือแกต้องเล่าเรื่องทั้งหมดที่แกหายไปให้ฉันฟัง ตอนที่แกหายหัวไปมันลำบากฉันมากมายรู้ไหมเพราะฉะนั้น...เล่ามาให้หมด!” เดมอสด์ได้แต่ถอนหายใจเพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงเพื่อนคนนี้ก็ต้องหารอะไรมาบังคับให้เขาเล่าเรื่องทั้งหมดที่เขาหายไปแต่ไม่คิดว่ามันจากหาเรื่องเขาได้ไวขนาดนี้ แต่ถึงยังไงถ้าโรลอาร์ถามมาตรงๆ ตัวเขาเองก็พร้อมที่จะเล่าให้ฟังอยู่แล้ว โดยที่ไม่คิดจะปิดบังอะไร
“ไม่อยากเล่าหรือไงนายมีความผิดเพราะแกล้งฉันอยู่เพราะฉะนั้นเล่ามาซะดีๆ หรือไม่อยากเล่าแกไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนอีกแล้วใช่ไหม”
“โรล โอเคฉันเล่า แต่นายไม่ต้องคิดเลยว่าฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับนายและไม่อยากเล่าความลับอะไรให้นายฟัง” เพราะยังไงเดมอสด์ ไฮเดนท์ คนนี้ ก็ไม่สามารถปิดบังเรื่องราวใดๆกับ โรลอาร์ วาเรนส์ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกนี้ได้อยู่แล้ว
“แต่นายก็ควรเล่าเรื่องของนายตอนที่ฉันไม่อยู่ให้ฉันฟังด้วยเช่นกันโรลอาร์เพื่อนรักมันเป็นข้อแลกเปลื่ยนที่โอเคที่สุดแล้ว”
......................................................................................................................
...................................................................................................
...........................................................................
.....................TBC.......................
