[AU Fic]Bidder From The Dark[XS,D18] 7
posted on 06 Jun 2009 22:21 by disaster-ridden
Title: (AU Fic) Bidder From The Dark
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
ตอนที่ 7 Receive (ต้อนรับ)
ร่างเล็กของหญิงสาวนั่งอยู่ภายในรถม้าพร้อมผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ตามทางเต็มไปด้วยป่าไม้รกทึบตลอดเส้นทางการเดินทางบริเวณรอบๆไม่มีแม้แต่เสียงนกร้องหรือสิ่งมีชีวิตใดๆออกมาหาอาหาร หรืออกมาหยอกล้อเล่นกันจะมีก็เพียงเสียงสายลมเย็นๆที่พัดผ่านต้นไม้ ตลอดระยะการเดินทาง
ถึงอย่างไรหญิงสาวก็ยังพยายามทนสภาพที่แสนจะอึดอัดมาตลอดเส้นทาง...จะให้ทนอีกหน่อยก็คงไม่เป็นอะไรมากแต่ที่แปลกใจก็คือ ทั้งๆที่เมื่อก่อนบริเวณนี้มีสัตว์น้อยใหญ่ พลางส่งเสียงหยอกล้อกันตลอดทางแต่ตอนนี้กับไม่มีเลยสักนิดเดียว
“ท่านพ่อค่ะลูกรู้สึกว่าแถวนี้มันแปลกๆขึ้นนะคะบรรยากาศรอบๆตอนนี้” แคร์รอลถามผู้เป็นพ่อหลังจากที่พยายามเก็บความสงสัยไว้เป็นเวลานาน
“ทั้งๆที่เมื่อก่อน...ลูกว่ามันไม่เป็นแบบนี้เลยสักนิดเดียวตอนนี้มันน่ากลัวแปลกๆ...” หญิงสาวพูดพลางกระเถิบบเข้าไปใกล้ผู้เป็นพ่อให้มากกว่าเดิม
“คิดมากลูก พวกสัตว์อาจจะไปหาที่ล่าแถบอื่นแล้วก็ได้ คิดอะไรมาก” ผู้เป็นพ่อตอบคำถามลูกด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ใจจริงยังหวั่นในบรรยากาศรอบๆที่แสดงออกมาก่อนจะหันไปสั่งให้รถม้าเคลื่อนตัวไปถึงจุดหมายให้ไวกว่าเดิม
............................................................................................
รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวช้าลงก่อนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่เบื้องหน้าปราสาทสีดำสนิท ปราสาทวาเรีย.....
ขาเรียวเล็กก้าวลงจากรถม้าพร้อมผู้เป็นพ่อ นัยน์ตาสีมรกตกวาดมองไปรอบๆ
“ไร้รสนิยม...ในการจัดสวนชะมัด” แคร์รอล ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ใครเป็นคนจัดสวนให้รกแบบนี้เนี่ย ถ้าเป็นเธอเข้ามาอยู่ที่นี้ จะไม่ปล่อยให้มันรกถึบขนาดนี้หรอก รกจนจะกลายเป็นป่าอยู่แล้ว
เสียงเล็กๆของหญิงสาวร้องเรียกให้สาวใช้คนนึงที่กำลังเดินผ่านไปเพื่อให้มายกข้าวของมากมายที่เธอและพ่อของเธอขนมา
“นี้เธดมายกของเข้าไปข้างในสิร้อนจะตายอยู่แล้ว”
“คุณมาแล้วเหรอคะ มาไวกว่าที่คิดไว้ซะอีกนะค่ะ” ถึงคำพูดของสาใช้จะตอบด้วยความนอบน้อมขนาดไหนแต่ก็ยังคงความไม่พอใจอยู่ดี
รอยยิ้มเล็กๆประกดอยู่บนใบหน้าของสาวใช้ก่อนจะเอ่ยประโยคถนัดไปโดนไม่เกรงใจคนทั้งสองตรงหน้า “ทางเราไม่คิดว่าพวกคุณจะมาไวขนาดนี้เลยไมได้เตรียมอะไรเลยเลยสักนิดเดียวตอนนี้ก็เพิ่งจัดห้องนอนเสร็จไปเองค่ะก็คือทางเราไมได้ต้อนรับ ‘คนนอก’ มานานพอควรแล้ว”
“เอาหละค่ะดิฉันคิดว่าพวกคุณจะร้อนแล้ว ดิฉันขอยกของพวกนี้เข้าไปด้านในให้แล้วกันนะค่ะเชิญค่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมเดินนำเข้าไปในปราสาทโดยไม่รอรีที่จะฟังเสียงพูดของหญิงสาวอีกคนที่ยืนไม่พอใจอยู่ด้านนอก
“ไร้มารยาท ที่สุด” เสียงเล็กๆ พูดตามหลังสาวใช้ที่เดินนำหน้าเข้าไปในปราสาท
ไร้มารยาทงั้นเหรอ มันน่าจะเป็นคำพูดของทางนี้เสียมากกว่า แคร์รอล ลอนเนอร์ ถ้าพวกเธอไม่มาพวกเราก็ไม่ยุ่งยากขนาดนี้หรอก
“รอคนมาช่วยยกในนี้แล้วกันนะค่ะ ดิฉันมีงานต้องไปทำต่อ” สาวใช้พูดพร้อมวางกระเป๋าทั้งหลายลงกับพื้นพร้อมเดินจากไป
“การต้อนรับแย่ ไม่มีมารยาท ต่ำ คนที่นี้เป็นแบบนี้ทุกคนเลยเหรอไงเนี่ย” แคร์รอลพูดออกมาในขณะที่กำลังนั่งรอบนโซฟาตัวใหญ่
เพียงไม่นาน ร่างสูงของลุซซูเรียเดินออกมาให้การต้อนรับอย่างเรียบง่ายให้แก่สองพ่อลูก ตระกูลลอนเนอร์
“ยินดีต้อนรับ ค่ะ ท่านพอสเวโซ่ และ ท่านแคร์รอล แห่งตระกูลลอนเนอร์ ขออภัยในความไม่สะดวกในการเตรียมการ เท่าที่ควรเชิญทางด้านบน เลยค่ะห้องของท่านทั้งสองอยู่ ชั้น 4” เตรียมให้แค่นี้ยังจะไม่พอใจอีกให้เชิญให้ทั้งสองมาตอนนี้หละยะ บอกว่าวันสองวัน นี้มันไม่ถึงวันเลยยะ
“เหอะ มาก็ดีแล้ว ฉันอยากจะบอกไว้ว่าคนใช้ที่นี่ไร้มารยาทหมดเลยเหรอไงเนี่ย ฉันมาทั้งทีไม่คิดจะต้อนรับให้มันดูหรูหรา หรือดีกว่านี้เลยหรือไง” เล็กเล็กพูดด้วยความไม่พอใจอย่างมากในกิริยาของคนในปราสาทหลังนี้
ลุซซูเรียมองคนสองคนเบื้องหน้าก่อนจะถอนหายใจอย่างละอาในท่าทีของคนทั่งคู่
“ตอนนี้ท่านแซนซัสไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปทำงานข้างนอกค่ะถ้าพวกท่านจะขึ้นไปพักผ่อนก็ตามสบายทางห้องรับรองที่เราเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” ลุซซูเรียหันไปสั่งให้คนใช้ที่กำลังเดินผ่านมายกกระเป๋าของคนทั้งคู่ให้ขึ้นไปด้านบน
“เธอ ยกของพวกนี้ขึ้นไปห้องที่เตรียมไว้ให้ทีนะ” ก่อนจะเดินนำคนทั่งคู่ไปยังห้องที่เตรียมไว้ให้
............................................................................................
“ทางปราสาทของเรามีการจัดห้องใหม่ทั้งปราสาทถ้าพวกท่าจะไปไหนมาไหนในปราสาทแนะนำให้เรียนคนใช้ไปดีกว่านะค่ะไม่งั้นอาจจะหลงเพราะมันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่พวกท่านเคยมา ปราสาทของเราเปลื่ยนเจ้าบ้านใหม่แล้วเลยมีการจัดการอะไรนิดหน่อย” ลุซซูเรียพูดพร้อมเดินนำ คนทั้งสองไปเรื่อยๆ
“และห้ามไปรบกวนชั้นที่ท่านแซนซัสพักเด็ดขาดเลยค่ะ เป็นคำสั่งของท่านแซนซัสโดยตรงไม่ว่าใครก็ตามห้ามขึ้นไปเด็ดขาดยกเว้นได้รับการอนุญาตหรือการเรียกพบ ส่วนชั้นของท่านแซนซัสนั้นเป็นชั้นที่ 7” ลุซซุเรียพูดให้หญิงสาวฟังในขณะที่ริมฝีปากเล็กๆจะเอ่ยปากถามอะไรต่อ
“ห้องที่เตรียมไว้อยู่ชั้น 4 ส่วนห้องของ ฉัน5นะค่ะ ถ้าต้องการอะไรให้คนชึ้นมาตามหรือจะขึ้นไปเองก็ได้”
ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้าประตูห้องพร้อมเปิดประตูห้องให้คนทั้งคู่เข้าไปภายในห้องรับรองที่จัดเตรียมไว้ให้
“แซนซัสห้ามให้ใครขึ้นไปสักคนเลยเหรอ” ร่างเล็กขึ้นเสียงสูง “ฉันเป็นคู่หมั้นเค้านะจะขึ้นไปได้ยังไงได้ยังไงหละ”
“ไม่ทราบหรอกค่ะ เท่าที่จำได้พวกเราไม่เคยรู้ว่า เจ้านายของเรามีคู่หมั้นหรือหมั้นกับใครแล้ว แล้ว 5 โมงครึ่งเป็นเวลารับประทานอาหาร และอาหารเย็นจะถูกจัดเตรียมไว้ทางด้านห้องอาหารของปราสาท และเราก็ไม่ทราบว่าท่านแซนซัสจะกลับมาที่ปราสาทกี่โมงค่ะ” ลุซซูเรียพูดดักคอในของที่เห็นหญิงสาวอ้าปากจะถามอีกครั้ง
ใบหน้าของหญิงสาวแสดงอาการไม่พอใจ...ใบหน้าสวยขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปห้องรับรองของตนเอง
“เจอกันตอนเย็นค่ะหวังว่าจะมาตรงเวลา และอีกอย่างที่ฉันลืมเตือน ห้องใต้ดินก็ไม่ควรเข้าไปนะค่ะถ้าจะมาอยู่ที่นี้กรุณาทำตามกฎของปราสาทด้วย” ลุซซูเรียพูดทิ้งท้ายร่างเล็กที่เดินเข้าห้องไป
.....................................................................................................
เสียงบทสนทนา คับคั่งร่างสูงนั่งอยู่ภายในร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่คงความหรูหราภายในตัวของมันนัยน์ตาสีโกเมนกวาดมองไปเบื้องหน้าราวกับรอใครสักคน ที่นัดตนมาพบ
...และมันก็เลยเวลาที่มันนัดมาแล้ว 10 นาที...
ในขณะที่ร่างสูงกำลังจะลุกออกไปจากร้าน มือของชายคนหนึ่งสัมผัสลงบนบ่าพร้อมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่พยายามทำให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด
“สวัสดีตอนบ่าย แซนซัสวันนี้ออกมาพบฉันก่อนมืดนี้....แปลกชะมัด” ดีโน่เอ่ยด้วยความสงสัย
...เพราะปกติเขาแทบไม่เคยเห็นหัวเพื่อนคนนี้ออกมาจากปราสาทสักเท่าไหร่ ยกเว้นตอนกลางคืนซึ่งเป็นปกติที่เขากับเพื่อนคนนี้จะชวนไปกันเที่ยวเล่นตามประสาคนหนุ่มๆ…
“ไม่อยากอยู่ มันแปลกมากนักหรือไงไอม้าพยศ” แซนซัสตอบคำถามของดีโน่ พร้อมลดตัวลงไปนั่งบนโซฟาเช่นเดิม
“ใช่สิแปลกมาก แปลกสุดๆ เพราะนายบอกไม่อยากอยู่ในปราสาททั้งๆที่นายก็มีอะไรเล่นแล้วแท้ๆ”
“ฉันไม่ใช่แกไอสวะม้าพยศแค่ คนที่ไม่อยากให้มามันดันมาก็แค่นั้น” น้ำเสียงของแซนซัสพูดอย่างเบื่อหน่ายพลางนึกไปถึงคนสองคนที่ไม่ได้รับเชิญมาอยู่ภายในปราสาทของตน
“ถ้าแกเป็นฉัน มันจะน่าเบื่อมาถ้าอยู่กับไอสวะพวกนั้นแล้วนี้แกไม่เบื่อเลยหรือไง โรสซารีนเกาะแกขนาดนั้น” แซน
“ถึงเบื่อของแก้เซงมันก็มีให้เล่นอยู่ไปมันไม่เบื่อขนาดหนักหรอก” ดีโน่นึกไปถึงร่างเล็กที่กำลังนอนอยู่ภายในห้องหลังจากเสร็จภารกิจจากเมื่อคืน
เสียงบทสนทนายังออกอัตถรสไปเรื่อยๆ โดยไม่มีท่าทีที่จะหยุดลงอย่างง่ายๆ
.........................................................................................................
..................................................................................................
“โวยวายอะไรกันหนักนาวะ....” เสียงภายในปราสาทดังก้องทำให้สคอวโล่ที่นอนหลับอยู่ปรือตาตื่นออกจากห้วงนิทรา
ร่างบาง ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆก่อนจะเดินตรงไปเปิดบานประตูเพื่อพบกับความวุ่นวายด้านนอก
“เคร้ง....ครืด...” เสียงของโลหะขนาดใหญ่ตกลงกระทบพื้นพร้อมขูดลากไปตามทาง
นัยน์ตาสีอความารีนหันไปหาต้นกำเนิดเสียงที่เกิดขึ้นสายตาไปสะดุดกับโซ่เหล็กเส้นยาว ปลายโซ่ด้านหนึ่งติดอยู่ที่ปลายเตียงและอีกด้านถูกยึดติดไว้ที่ขาของตน....
แต่โซ่นี้ไม่ได้สร้างความแปลกใจหรือตกใจให้กับสคอวโล่สักนิดเดียว…
ก็เพราะรู้ว่าการหนีครั้งก่อนมันเป็นความผิด....
ก็เพราะรู้ว่าต้องโดนทำแบบนี้ถึงได้เตรียมใจไว้แล้ว....
เตรียมใจให้รู้ตัว....ว่ามิอาจได้อิสระไปอีกตลอดกาล....
ร่างบางทรุดลงบนพื้นมือสองข้างพยายามปิดกั้นความคิดทั้งหลายที่พยายามแทรกเข้ามาในสมอง....
ต้องไม่คิด...มันก็แค่เป็นการปลงกับความน่าสมเพชของตัวเอง.....
ก็เท่านั้น....
เป็นประตูห้องถูกเปิดออก เบื้องหน้าคือเด็กชายเรือนผมสีทองยืนยิ้มกว้างอยู่อีกฟากหนึ่งของประตู
“ชิชิชิ กว่าบอสจะไปได้เจ้าชายรอตั้งนาน...อ่ะสคอวโล่เจ้าชายมาเล่นด้วยแล้วน้า” เสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นพร้อมร่างร่างหนึ่งที่วิ่งเข้ามากอดร่างบางที่นั่งอยู่บนพื้น
“ก็บอสไม่ชอบให้ใครขึ้นมาด้านบน แต่บอสเอาสคอวโล่มาไว้บนนี้เจ้าชายก็ขึ้นมาหายากอะบอสไม่ไปข้างนอกขึ้นมาไม่ได้เลยอะ เจ้าชายเลยต้องหาจังหวะเหมาะๆแอบมาแบบตอนนี้ไง” เบลยังพูดต่อโดยไม่สนใจสคอวโล่ที่ทำหน้าตางงในคำพูดที่ออกมาจากปากของตน
“ไอเด็กบ้าเข้ามาทำอะไรในนี้วะปล่อยสิ” สคอวโล่โล่เริ่มโวยวายใส่ร่างสูงโปร่งที่กระโดดเข้ามากอดเขายันในห้อง
“เจ้าชายไม่ใช่เด็กบ้านะสคอวโล่ เจ้าชายแค่จะมาเตือนว่าตอนนี้มีอย่าเพิ่งออกไปข้างนอกนะ”
“เพราะอะไรถึงห้ามไปด้านนอก” ถึงไม่ห้ามเขาก็ออกไปข้างนอกไมได้อยู่แล้วจะห้ามเขาออกไปข้างนอกเพื่ออะไร
“มีคนมา และบอสคงไม่อยากให้เจอสคอวโล่ และเจ้าชายก็คิดว่าสคอวโล่ก็คงไม่อยากเจอ คนบ้าอะไรเสียงแสบแก้วหู ชะมัดเจ้าชายเลยแวบออกมาแบบนี้นี้หละ” เบลพูดพร้อมทำถ้าขยาด คนทั้งสองซะเต็มประดา
“เจ้าชายไปแล้วนะ เดี๋ยวบอสกลับมาเจ้าชายจะซวยเอา แต่เจ้าชายเตือนไว้นะว่าอย่าหนีอีกไม่งั้นบอสคงไม่ทำแค่นี้หรอก” เบลฟากองพูดพลางหันไปมองที่ข้อเท้าของสคอวโล่ที่ถูกโซ่เส้นยาวพันธนาการไว้
“อย่ามองเจ้าชายแบบนั้น เจ้าชายไม่มีกุญแจหรอก” เบลทิ้งคำพูดไว้ให้สคอวโล่ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
เสียงประตูปิดสนิเบลฟากองทิ้งคำพูดต่างๆนานาในร่างบางนั่งนึก และรู้ว่าทำไมเจ้าเด็กนั่นถึงเตือนเขาว่าอย่าพยายามที่จะหนีอีกต่อไป เพราะมันไม่มีโอกาสที่จะหนีรอดออกไปได้เลย….
.....................................................................................................
“พวกแกเตรียมอะไรมาเนี่ย รสชาติไม่ได้เรื่องห่วยแตกที่สุด” แคร์รอลพูดออกมาด้วยความโกรธ
เธอไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ลิ้นไม่สามารถรับรู้รสชาติได้หรือยังไงถึงให้ปรุงออกมารสชาติห่วยแตกขนาดนี้แล้วใครมันจะไปกินลง
“เก็บไปเลยฉันไม่กินแล้ว ท่านพ่อจะกินก็กินไปนะค่ะลูกขอตัว” มือเล็กยันตัวลุกออกจากโต๊ะพร้อมหันตัวออกจากโต๊ะอาหารไป
ปราสาทบ้าบอคอแตกอะไร คนก็มารยาทแย่ อาหารก็ห่วยแตก บรรยายกาศก็น่ากลัว เธอคิดผิดหรือคิดถูกที่มาที่นี้กันแน่เนี่ย ไอคนที่อยากจะเจอก็ไม่คิดจะอยู่ในเจอ เธอเบื่อมากคิดว่าที่นี้มันจะ บรรยายกาศสบายๆร่มเย็นเพราะอยู่กลางป่าเขาแต่มันกลับ เต็มไปด้วยป่า ป่า ป่า และก็ป่า คนบ้านนี้ไม่คิดจะดูแลเลยหรือไงปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นให้ร้าง ใช้อะไรคิดกันนะคนพวกนี้
ขาเรียวยาวใต้ชุดราตรีที่แสนหรูหราก้าวเดินขึ้นบันไดยาวตามทางไปเรื่อยๆ อะไรก็ห้ามไปเสียทุกอย่างให้อยู่ที่ชั้น 4 ชั้นที่แซนซัสอยู่ก็ห้ามขึ้นไป ....
เอ๋ แต่ถ้าเธอขึ้นไปตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้สิ....เพราะทุกคนมัวแต่วุ่นอยู่ด้านล่าง..อย่างนี้มันก็น่าลอง....ว่าทำไมถึงห้ามอะไรกันหนักหนา....
หญิงสาวก้าวเดินขึ้นไปด้านบนด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใบหน้าสวยหันไปมองๆรอบๆชั้น 5 ด้วย เห็นว่า ชั้นนี้เป็น ชั้นของพวกนั้นยัยกระเทยกับไอเจ้าเด็กผมทองกวนประสาทนั้น
แคร์รอลยังเดินไปยังบันไดอีกฝั่ง นัยน์ตาสีมรกตมองดูรูปภาพที่ประดับไว้บนกำแพง แต่ก็นะประสาทกันเยอะแต่รสนิยมในการเลือกของแต่งก็ไม่เลว
รูปภาพเบื้องหน้าเป็นรูปวาดของเด็กชายสามคน....
คนหนึ่งเด็กชายผมสีดำทำท่าทางไม่สบอารมณ์ อีกหนึ่งคือเด็กชายผมทองที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า และอีกหนึ่งคือเด็กชายผู้มีเรือนผมสีขาวสะอาดตานั่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเด็กชายทั้งสอง
และเธอคุ้นหน้าเด็กชายทั้งสองคนดีหนึ่งคือ ดีโน่ คาวาลโรเน่ และ แซนซัส ในวัยเยาว์ แต่อีกคนเธอกลับไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย...ใครกันนะ...เด็กคนนี้....
คิดไปก็รกสมองเพราะถึงยังไงเธอก็ไม่เคยเจอ หน้าเด็กคนนี้สงสัยคงไม่มีความสำคัญกับคนตระกูลนี้ก็เป็นได้
แคร์รอลเลิกสนใจภาพวาดของเด็กชายทั้งสามพร้อมเดินขึ้นด้านบนต่อไป
ชั้น 6 ชั้นที่เธอและพ่อโดนห้ามให้ขึ้นมา และเธอก็คิดว่ามันไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากเครื่องตกแต่งเช่นชั้นที่แล้วๆมา เธอก็ไม่รู้จะห้ามไว้ทำไม
มือเรียวบรรจงเปิดประตูห้องนอนแต่ละห้องอย่างเบามือ
แต่ละห้องถูกแต่งด้วยสไตน์เรียบง่ายบ่งบอกถึงความไม่เรื่องมากของเจ้าของห้อง
หญิงสาวเดินเปิดประตูห้องยังตลอดทางจนมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานหนึ่งซึ่งเธอคิดว่าด้านในมันก็เหมือนๆทุกห้องที่ผ่านมาแต่มีบางสิ่งที่สะกิดใจเธอว่าในห้องๆนี้ไม่มีเหมือนดั่งเช่นทุกห้องที่ผ่านๆมา
แคร์รอลดันประตูเข้าไปเบื้องหน้าพบกับห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำสนิท เครื่องเรือนทุกชิ้นถูกคัดสรรค์อย่างดีให้เข้ากับห้องๆนี้
เพียงแต่ภายในห้องนั้นไม่ได้มีแค่เธอที่แอบเข้ามา
นัยน์ตาสีมรกตเหลือบไปเห็นร่างอีกร่างที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ข้อเท้าข้างหนึ่งถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กเส้นยาวพร้อมเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ทำให้รู้ว่าร่างตรงหน้าของเธอหลับสนิทเป็นที่เรียบร้อย......
แวบแรกความสงสัยเกาะกินข้ามาในจิตใจ....คนๆนี้คือใครกัน....และเกี่ยวอะไรกับแซนซัส....และทำไมถึงต้องถูกขังอยู่ในนี้ด้วย....เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ
“คะ...ใครหนะ” เสียงของหญิงสาวสั่นระริก
แต่เสียงเพียงเล็กน้อยทำให้ร่างที่กำลังหลับใหลปรือตาตื่นขึ้นมา เรือนผมสีขาวและใบหน้านั้น....เด็กชายที่อยู่ในรูปวาดที่เธอเพิ่งเดินผ่านมา สเปลบี สคอวโล่ ใต้ชื่อเด็กคนนั้นถูกเขียนไว้เช่นนี้.....
และคำตอบเรื่องราวทั้งหมดก็คงมาบอกกับเธอในไม่ช้า......
.........................................................................................
...........TBC..........
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
ตอนที่ 7 Receive (ต้อนรับ)
ร่างเล็กของหญิงสาวนั่งอยู่ภายในรถม้าพร้อมผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ตามทางเต็มไปด้วยป่าไม้รกทึบตลอดเส้นทางการเดินทางบริเวณรอบๆไม่มีแม้แต่เสียงนกร้องหรือสิ่งมีชีวิตใดๆออกมาหาอาหาร หรืออกมาหยอกล้อเล่นกันจะมีก็เพียงเสียงสายลมเย็นๆที่พัดผ่านต้นไม้ ตลอดระยะการเดินทาง
ถึงอย่างไรหญิงสาวก็ยังพยายามทนสภาพที่แสนจะอึดอัดมาตลอดเส้นทาง...จะให้ทนอีกหน่อยก็คงไม่เป็นอะไรมากแต่ที่แปลกใจก็คือ ทั้งๆที่เมื่อก่อนบริเวณนี้มีสัตว์น้อยใหญ่ พลางส่งเสียงหยอกล้อกันตลอดทางแต่ตอนนี้กับไม่มีเลยสักนิดเดียว
“ท่านพ่อค่ะลูกรู้สึกว่าแถวนี้มันแปลกๆขึ้นนะคะบรรยากาศรอบๆตอนนี้” แคร์รอลถามผู้เป็นพ่อหลังจากที่พยายามเก็บความสงสัยไว้เป็นเวลานาน
“ทั้งๆที่เมื่อก่อน...ลูกว่ามันไม่เป็นแบบนี้เลยสักนิดเดียวตอนนี้มันน่ากลัวแปลกๆ...” หญิงสาวพูดพลางกระเถิบบเข้าไปใกล้ผู้เป็นพ่อให้มากกว่าเดิม
“คิดมากลูก พวกสัตว์อาจจะไปหาที่ล่าแถบอื่นแล้วก็ได้ คิดอะไรมาก” ผู้เป็นพ่อตอบคำถามลูกด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ใจจริงยังหวั่นในบรรยากาศรอบๆที่แสดงออกมาก่อนจะหันไปสั่งให้รถม้าเคลื่อนตัวไปถึงจุดหมายให้ไวกว่าเดิม
............................................................................................
รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวช้าลงก่อนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่เบื้องหน้าปราสาทสีดำสนิท ปราสาทวาเรีย.....
ขาเรียวเล็กก้าวลงจากรถม้าพร้อมผู้เป็นพ่อ นัยน์ตาสีมรกตกวาดมองไปรอบๆ
“ไร้รสนิยม...ในการจัดสวนชะมัด” แคร์รอล ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ใครเป็นคนจัดสวนให้รกแบบนี้เนี่ย ถ้าเป็นเธอเข้ามาอยู่ที่นี้ จะไม่ปล่อยให้มันรกถึบขนาดนี้หรอก รกจนจะกลายเป็นป่าอยู่แล้ว
เสียงเล็กๆของหญิงสาวร้องเรียกให้สาวใช้คนนึงที่กำลังเดินผ่านไปเพื่อให้มายกข้าวของมากมายที่เธอและพ่อของเธอขนมา
“นี้เธดมายกของเข้าไปข้างในสิร้อนจะตายอยู่แล้ว”
“คุณมาแล้วเหรอคะ มาไวกว่าที่คิดไว้ซะอีกนะค่ะ” ถึงคำพูดของสาใช้จะตอบด้วยความนอบน้อมขนาดไหนแต่ก็ยังคงความไม่พอใจอยู่ดี
รอยยิ้มเล็กๆประกดอยู่บนใบหน้าของสาวใช้ก่อนจะเอ่ยประโยคถนัดไปโดนไม่เกรงใจคนทั้งสองตรงหน้า “ทางเราไม่คิดว่าพวกคุณจะมาไวขนาดนี้เลยไมได้เตรียมอะไรเลยเลยสักนิดเดียวตอนนี้ก็เพิ่งจัดห้องนอนเสร็จไปเองค่ะก็คือทางเราไมได้ต้อนรับ ‘คนนอก’ มานานพอควรแล้ว”
“เอาหละค่ะดิฉันคิดว่าพวกคุณจะร้อนแล้ว ดิฉันขอยกของพวกนี้เข้าไปด้านในให้แล้วกันนะค่ะเชิญค่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมเดินนำเข้าไปในปราสาทโดยไม่รอรีที่จะฟังเสียงพูดของหญิงสาวอีกคนที่ยืนไม่พอใจอยู่ด้านนอก
“ไร้มารยาท ที่สุด” เสียงเล็กๆ พูดตามหลังสาวใช้ที่เดินนำหน้าเข้าไปในปราสาท
ไร้มารยาทงั้นเหรอ มันน่าจะเป็นคำพูดของทางนี้เสียมากกว่า แคร์รอล ลอนเนอร์ ถ้าพวกเธอไม่มาพวกเราก็ไม่ยุ่งยากขนาดนี้หรอก
“รอคนมาช่วยยกในนี้แล้วกันนะค่ะ ดิฉันมีงานต้องไปทำต่อ” สาวใช้พูดพร้อมวางกระเป๋าทั้งหลายลงกับพื้นพร้อมเดินจากไป
“การต้อนรับแย่ ไม่มีมารยาท ต่ำ คนที่นี้เป็นแบบนี้ทุกคนเลยเหรอไงเนี่ย” แคร์รอลพูดออกมาในขณะที่กำลังนั่งรอบนโซฟาตัวใหญ่
เพียงไม่นาน ร่างสูงของลุซซูเรียเดินออกมาให้การต้อนรับอย่างเรียบง่ายให้แก่สองพ่อลูก ตระกูลลอนเนอร์
“ยินดีต้อนรับ ค่ะ ท่านพอสเวโซ่ และ ท่านแคร์รอล แห่งตระกูลลอนเนอร์ ขออภัยในความไม่สะดวกในการเตรียมการ เท่าที่ควรเชิญทางด้านบน เลยค่ะห้องของท่านทั้งสองอยู่ ชั้น 4” เตรียมให้แค่นี้ยังจะไม่พอใจอีกให้เชิญให้ทั้งสองมาตอนนี้หละยะ บอกว่าวันสองวัน นี้มันไม่ถึงวันเลยยะ
“เหอะ มาก็ดีแล้ว ฉันอยากจะบอกไว้ว่าคนใช้ที่นี่ไร้มารยาทหมดเลยเหรอไงเนี่ย ฉันมาทั้งทีไม่คิดจะต้อนรับให้มันดูหรูหรา หรือดีกว่านี้เลยหรือไง” เล็กเล็กพูดด้วยความไม่พอใจอย่างมากในกิริยาของคนในปราสาทหลังนี้
ลุซซูเรียมองคนสองคนเบื้องหน้าก่อนจะถอนหายใจอย่างละอาในท่าทีของคนทั่งคู่
“ตอนนี้ท่านแซนซัสไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปทำงานข้างนอกค่ะถ้าพวกท่านจะขึ้นไปพักผ่อนก็ตามสบายทางห้องรับรองที่เราเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” ลุซซูเรียหันไปสั่งให้คนใช้ที่กำลังเดินผ่านมายกกระเป๋าของคนทั้งคู่ให้ขึ้นไปด้านบน
“เธอ ยกของพวกนี้ขึ้นไปห้องที่เตรียมไว้ให้ทีนะ” ก่อนจะเดินนำคนทั่งคู่ไปยังห้องที่เตรียมไว้ให้
............................................................................................
“ทางปราสาทของเรามีการจัดห้องใหม่ทั้งปราสาทถ้าพวกท่าจะไปไหนมาไหนในปราสาทแนะนำให้เรียนคนใช้ไปดีกว่านะค่ะไม่งั้นอาจจะหลงเพราะมันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่พวกท่านเคยมา ปราสาทของเราเปลื่ยนเจ้าบ้านใหม่แล้วเลยมีการจัดการอะไรนิดหน่อย” ลุซซูเรียพูดพร้อมเดินนำ คนทั้งสองไปเรื่อยๆ
“และห้ามไปรบกวนชั้นที่ท่านแซนซัสพักเด็ดขาดเลยค่ะ เป็นคำสั่งของท่านแซนซัสโดยตรงไม่ว่าใครก็ตามห้ามขึ้นไปเด็ดขาดยกเว้นได้รับการอนุญาตหรือการเรียกพบ ส่วนชั้นของท่านแซนซัสนั้นเป็นชั้นที่ 7” ลุซซุเรียพูดให้หญิงสาวฟังในขณะที่ริมฝีปากเล็กๆจะเอ่ยปากถามอะไรต่อ
“ห้องที่เตรียมไว้อยู่ชั้น 4 ส่วนห้องของ ฉัน5นะค่ะ ถ้าต้องการอะไรให้คนชึ้นมาตามหรือจะขึ้นไปเองก็ได้”
ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้าประตูห้องพร้อมเปิดประตูห้องให้คนทั้งคู่เข้าไปภายในห้องรับรองที่จัดเตรียมไว้ให้
“แซนซัสห้ามให้ใครขึ้นไปสักคนเลยเหรอ” ร่างเล็กขึ้นเสียงสูง “ฉันเป็นคู่หมั้นเค้านะจะขึ้นไปได้ยังไงได้ยังไงหละ”
“ไม่ทราบหรอกค่ะ เท่าที่จำได้พวกเราไม่เคยรู้ว่า เจ้านายของเรามีคู่หมั้นหรือหมั้นกับใครแล้ว แล้ว 5 โมงครึ่งเป็นเวลารับประทานอาหาร และอาหารเย็นจะถูกจัดเตรียมไว้ทางด้านห้องอาหารของปราสาท และเราก็ไม่ทราบว่าท่านแซนซัสจะกลับมาที่ปราสาทกี่โมงค่ะ” ลุซซูเรียพูดดักคอในของที่เห็นหญิงสาวอ้าปากจะถามอีกครั้ง
ใบหน้าของหญิงสาวแสดงอาการไม่พอใจ...ใบหน้าสวยขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปห้องรับรองของตนเอง
“เจอกันตอนเย็นค่ะหวังว่าจะมาตรงเวลา และอีกอย่างที่ฉันลืมเตือน ห้องใต้ดินก็ไม่ควรเข้าไปนะค่ะถ้าจะมาอยู่ที่นี้กรุณาทำตามกฎของปราสาทด้วย” ลุซซูเรียพูดทิ้งท้ายร่างเล็กที่เดินเข้าห้องไป
.....................................................................................................
เสียงบทสนทนา คับคั่งร่างสูงนั่งอยู่ภายในร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่คงความหรูหราภายในตัวของมันนัยน์ตาสีโกเมนกวาดมองไปเบื้องหน้าราวกับรอใครสักคน ที่นัดตนมาพบ
...และมันก็เลยเวลาที่มันนัดมาแล้ว 10 นาที...
ในขณะที่ร่างสูงกำลังจะลุกออกไปจากร้าน มือของชายคนหนึ่งสัมผัสลงบนบ่าพร้อมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่พยายามทำให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด
“สวัสดีตอนบ่าย แซนซัสวันนี้ออกมาพบฉันก่อนมืดนี้....แปลกชะมัด” ดีโน่เอ่ยด้วยความสงสัย
...เพราะปกติเขาแทบไม่เคยเห็นหัวเพื่อนคนนี้ออกมาจากปราสาทสักเท่าไหร่ ยกเว้นตอนกลางคืนซึ่งเป็นปกติที่เขากับเพื่อนคนนี้จะชวนไปกันเที่ยวเล่นตามประสาคนหนุ่มๆ…
“ไม่อยากอยู่ มันแปลกมากนักหรือไงไอม้าพยศ” แซนซัสตอบคำถามของดีโน่ พร้อมลดตัวลงไปนั่งบนโซฟาเช่นเดิม
“ใช่สิแปลกมาก แปลกสุดๆ เพราะนายบอกไม่อยากอยู่ในปราสาททั้งๆที่นายก็มีอะไรเล่นแล้วแท้ๆ”
“ฉันไม่ใช่แกไอสวะม้าพยศแค่ คนที่ไม่อยากให้มามันดันมาก็แค่นั้น” น้ำเสียงของแซนซัสพูดอย่างเบื่อหน่ายพลางนึกไปถึงคนสองคนที่ไม่ได้รับเชิญมาอยู่ภายในปราสาทของตน
“ถ้าแกเป็นฉัน มันจะน่าเบื่อมาถ้าอยู่กับไอสวะพวกนั้นแล้วนี้แกไม่เบื่อเลยหรือไง โรสซารีนเกาะแกขนาดนั้น” แซน
“ถึงเบื่อของแก้เซงมันก็มีให้เล่นอยู่ไปมันไม่เบื่อขนาดหนักหรอก” ดีโน่นึกไปถึงร่างเล็กที่กำลังนอนอยู่ภายในห้องหลังจากเสร็จภารกิจจากเมื่อคืน
เสียงบทสนทนายังออกอัตถรสไปเรื่อยๆ โดยไม่มีท่าทีที่จะหยุดลงอย่างง่ายๆ
.........................................................................................................
..................................................................................................
“โวยวายอะไรกันหนักนาวะ....” เสียงภายในปราสาทดังก้องทำให้สคอวโล่ที่นอนหลับอยู่ปรือตาตื่นออกจากห้วงนิทรา
ร่างบาง ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆก่อนจะเดินตรงไปเปิดบานประตูเพื่อพบกับความวุ่นวายด้านนอก
“เคร้ง....ครืด...” เสียงของโลหะขนาดใหญ่ตกลงกระทบพื้นพร้อมขูดลากไปตามทาง
นัยน์ตาสีอความารีนหันไปหาต้นกำเนิดเสียงที่เกิดขึ้นสายตาไปสะดุดกับโซ่เหล็กเส้นยาว ปลายโซ่ด้านหนึ่งติดอยู่ที่ปลายเตียงและอีกด้านถูกยึดติดไว้ที่ขาของตน....
แต่โซ่นี้ไม่ได้สร้างความแปลกใจหรือตกใจให้กับสคอวโล่สักนิดเดียว…
ก็เพราะรู้ว่าการหนีครั้งก่อนมันเป็นความผิด....
ก็เพราะรู้ว่าต้องโดนทำแบบนี้ถึงได้เตรียมใจไว้แล้ว....
เตรียมใจให้รู้ตัว....ว่ามิอาจได้อิสระไปอีกตลอดกาล....
ร่างบางทรุดลงบนพื้นมือสองข้างพยายามปิดกั้นความคิดทั้งหลายที่พยายามแทรกเข้ามาในสมอง....
ต้องไม่คิด...มันก็แค่เป็นการปลงกับความน่าสมเพชของตัวเอง.....
ก็เท่านั้น....
เป็นประตูห้องถูกเปิดออก เบื้องหน้าคือเด็กชายเรือนผมสีทองยืนยิ้มกว้างอยู่อีกฟากหนึ่งของประตู
“ชิชิชิ กว่าบอสจะไปได้เจ้าชายรอตั้งนาน...อ่ะสคอวโล่เจ้าชายมาเล่นด้วยแล้วน้า” เสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นพร้อมร่างร่างหนึ่งที่วิ่งเข้ามากอดร่างบางที่นั่งอยู่บนพื้น
“ก็บอสไม่ชอบให้ใครขึ้นมาด้านบน แต่บอสเอาสคอวโล่มาไว้บนนี้เจ้าชายก็ขึ้นมาหายากอะบอสไม่ไปข้างนอกขึ้นมาไม่ได้เลยอะ เจ้าชายเลยต้องหาจังหวะเหมาะๆแอบมาแบบตอนนี้ไง” เบลยังพูดต่อโดยไม่สนใจสคอวโล่ที่ทำหน้าตางงในคำพูดที่ออกมาจากปากของตน
“ไอเด็กบ้าเข้ามาทำอะไรในนี้วะปล่อยสิ” สคอวโล่โล่เริ่มโวยวายใส่ร่างสูงโปร่งที่กระโดดเข้ามากอดเขายันในห้อง
“เจ้าชายไม่ใช่เด็กบ้านะสคอวโล่ เจ้าชายแค่จะมาเตือนว่าตอนนี้มีอย่าเพิ่งออกไปข้างนอกนะ”
“เพราะอะไรถึงห้ามไปด้านนอก” ถึงไม่ห้ามเขาก็ออกไปข้างนอกไมได้อยู่แล้วจะห้ามเขาออกไปข้างนอกเพื่ออะไร
“มีคนมา และบอสคงไม่อยากให้เจอสคอวโล่ และเจ้าชายก็คิดว่าสคอวโล่ก็คงไม่อยากเจอ คนบ้าอะไรเสียงแสบแก้วหู ชะมัดเจ้าชายเลยแวบออกมาแบบนี้นี้หละ” เบลพูดพร้อมทำถ้าขยาด คนทั้งสองซะเต็มประดา
“เจ้าชายไปแล้วนะ เดี๋ยวบอสกลับมาเจ้าชายจะซวยเอา แต่เจ้าชายเตือนไว้นะว่าอย่าหนีอีกไม่งั้นบอสคงไม่ทำแค่นี้หรอก” เบลฟากองพูดพลางหันไปมองที่ข้อเท้าของสคอวโล่ที่ถูกโซ่เส้นยาวพันธนาการไว้
“อย่ามองเจ้าชายแบบนั้น เจ้าชายไม่มีกุญแจหรอก” เบลทิ้งคำพูดไว้ให้สคอวโล่ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
เสียงประตูปิดสนิเบลฟากองทิ้งคำพูดต่างๆนานาในร่างบางนั่งนึก และรู้ว่าทำไมเจ้าเด็กนั่นถึงเตือนเขาว่าอย่าพยายามที่จะหนีอีกต่อไป เพราะมันไม่มีโอกาสที่จะหนีรอดออกไปได้เลย….
.....................................................................................................
“พวกแกเตรียมอะไรมาเนี่ย รสชาติไม่ได้เรื่องห่วยแตกที่สุด” แคร์รอลพูดออกมาด้วยความโกรธ
เธอไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ลิ้นไม่สามารถรับรู้รสชาติได้หรือยังไงถึงให้ปรุงออกมารสชาติห่วยแตกขนาดนี้แล้วใครมันจะไปกินลง
“เก็บไปเลยฉันไม่กินแล้ว ท่านพ่อจะกินก็กินไปนะค่ะลูกขอตัว” มือเล็กยันตัวลุกออกจากโต๊ะพร้อมหันตัวออกจากโต๊ะอาหารไป
ปราสาทบ้าบอคอแตกอะไร คนก็มารยาทแย่ อาหารก็ห่วยแตก บรรยายกาศก็น่ากลัว เธอคิดผิดหรือคิดถูกที่มาที่นี้กันแน่เนี่ย ไอคนที่อยากจะเจอก็ไม่คิดจะอยู่ในเจอ เธอเบื่อมากคิดว่าที่นี้มันจะ บรรยายกาศสบายๆร่มเย็นเพราะอยู่กลางป่าเขาแต่มันกลับ เต็มไปด้วยป่า ป่า ป่า และก็ป่า คนบ้านนี้ไม่คิดจะดูแลเลยหรือไงปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นให้ร้าง ใช้อะไรคิดกันนะคนพวกนี้
ขาเรียวยาวใต้ชุดราตรีที่แสนหรูหราก้าวเดินขึ้นบันไดยาวตามทางไปเรื่อยๆ อะไรก็ห้ามไปเสียทุกอย่างให้อยู่ที่ชั้น 4 ชั้นที่แซนซัสอยู่ก็ห้ามขึ้นไป ....
เอ๋ แต่ถ้าเธอขึ้นไปตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้สิ....เพราะทุกคนมัวแต่วุ่นอยู่ด้านล่าง..อย่างนี้มันก็น่าลอง....ว่าทำไมถึงห้ามอะไรกันหนักหนา....
หญิงสาวก้าวเดินขึ้นไปด้านบนด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใบหน้าสวยหันไปมองๆรอบๆชั้น 5 ด้วย เห็นว่า ชั้นนี้เป็น ชั้นของพวกนั้นยัยกระเทยกับไอเจ้าเด็กผมทองกวนประสาทนั้น
แคร์รอลยังเดินไปยังบันไดอีกฝั่ง นัยน์ตาสีมรกตมองดูรูปภาพที่ประดับไว้บนกำแพง แต่ก็นะประสาทกันเยอะแต่รสนิยมในการเลือกของแต่งก็ไม่เลว
รูปภาพเบื้องหน้าเป็นรูปวาดของเด็กชายสามคน....
คนหนึ่งเด็กชายผมสีดำทำท่าทางไม่สบอารมณ์ อีกหนึ่งคือเด็กชายผมทองที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า และอีกหนึ่งคือเด็กชายผู้มีเรือนผมสีขาวสะอาดตานั่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเด็กชายทั้งสอง
และเธอคุ้นหน้าเด็กชายทั้งสองคนดีหนึ่งคือ ดีโน่ คาวาลโรเน่ และ แซนซัส ในวัยเยาว์ แต่อีกคนเธอกลับไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย...ใครกันนะ...เด็กคนนี้....
คิดไปก็รกสมองเพราะถึงยังไงเธอก็ไม่เคยเจอ หน้าเด็กคนนี้สงสัยคงไม่มีความสำคัญกับคนตระกูลนี้ก็เป็นได้
แคร์รอลเลิกสนใจภาพวาดของเด็กชายทั้งสามพร้อมเดินขึ้นด้านบนต่อไป
ชั้น 6 ชั้นที่เธอและพ่อโดนห้ามให้ขึ้นมา และเธอก็คิดว่ามันไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากเครื่องตกแต่งเช่นชั้นที่แล้วๆมา เธอก็ไม่รู้จะห้ามไว้ทำไม
มือเรียวบรรจงเปิดประตูห้องนอนแต่ละห้องอย่างเบามือ
แต่ละห้องถูกแต่งด้วยสไตน์เรียบง่ายบ่งบอกถึงความไม่เรื่องมากของเจ้าของห้อง
หญิงสาวเดินเปิดประตูห้องยังตลอดทางจนมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานหนึ่งซึ่งเธอคิดว่าด้านในมันก็เหมือนๆทุกห้องที่ผ่านมาแต่มีบางสิ่งที่สะกิดใจเธอว่าในห้องๆนี้ไม่มีเหมือนดั่งเช่นทุกห้องที่ผ่านๆมา
แคร์รอลดันประตูเข้าไปเบื้องหน้าพบกับห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำสนิท เครื่องเรือนทุกชิ้นถูกคัดสรรค์อย่างดีให้เข้ากับห้องๆนี้
เพียงแต่ภายในห้องนั้นไม่ได้มีแค่เธอที่แอบเข้ามา
นัยน์ตาสีมรกตเหลือบไปเห็นร่างอีกร่างที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ข้อเท้าข้างหนึ่งถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กเส้นยาวพร้อมเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ทำให้รู้ว่าร่างตรงหน้าของเธอหลับสนิทเป็นที่เรียบร้อย......
แวบแรกความสงสัยเกาะกินข้ามาในจิตใจ....คนๆนี้คือใครกัน....และเกี่ยวอะไรกับแซนซัส....และทำไมถึงต้องถูกขังอยู่ในนี้ด้วย....เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ
“คะ...ใครหนะ” เสียงของหญิงสาวสั่นระริก
แต่เสียงเพียงเล็กน้อยทำให้ร่างที่กำลังหลับใหลปรือตาตื่นขึ้นมา เรือนผมสีขาวและใบหน้านั้น....เด็กชายที่อยู่ในรูปวาดที่เธอเพิ่งเดินผ่านมา สเปลบี สคอวโล่ ใต้ชื่อเด็กคนนั้นถูกเขียนไว้เช่นนี้.....
และคำตอบเรื่องราวทั้งหมดก็คงมาบอกกับเธอในไม่ช้า......
.........................................................................................
...........TBC..........

หาเรื่องจริงๆชะนีผู้นี้....
ป๋าแสนหาเรื่องไประบายกับโน่รึ
#1 By nunu on 2009-06-06 23:01