[AU Fic]Bidder From The Dark[XS,D18] 8

posted on 20 Jun 2009 22:23 by disaster-ridden
Title: (AU Fic) Bidder From The Dark
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย






พันธนาการที่ 8 Who? (ใคร)






นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างจ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยความตกใจ เส้นผมสีขาวสะอาด ผิวสีขาวซีด เธอมั่นใจว่าคนๆนี้คือคนเดียวกับเด็กที่อยู่ในรูปวาดนั่น แต่ทำไมเป็นผู้หญิงทั้งๆที่ในรูปนั้นเป็นเด็กผู้ชาย



“ใคร ฉันถามแกตอบมาสิ” เสียงเล็กสั่นเครือ



เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนๆนี้ถึงอยู่ในห้องนี้ อีกทั้งยังถูกโซ่ล๊อกไว้อีก หรือที่แซนซัสห้ามให้ใครขึ้นมาด้านบนก็เป็นเพราะคนๆนี้กัน



“ฉันบอกให้ตอบมาไง ยัยบ้าตอบสิ” แคร์รอลเริ่มกระแทกเสียงให้หนักขึ้นกว่าเดิมใบหน้าสวยที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มตอนนี้มีเพียงความกังวลและสงสัย….




สงสัยว่าคนๆนี้คือใคร.....




กังวลกว่าคนๆนี้อาจจะเป็นคนสำคัญของเขาคนนั้นก็เป็นได้....



“จะโวยวายอะไรหนักนาหนวกหูน่าเข้าห้องคนอื่นโดนไม่เคาะประตูมารยาทมีมั่งไหม” เสียงของสคอวโล่ตอบกลับไปด้วยความไม่พอใจ



ไม่พอใจไม่ใช่ที่หญิงสาวไม่รักษามารยาทแต่ ไม่พอใจเพราะทำไมต้องมาปลุกให้เข้ามาเจอโลกแห่งความเป็นจริงที่เขาไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเจออีก



“เงียบไปเถอะน่าชื่ออะไรก็ชั่งมันมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องบอกและเวลานี้ฉันยังไม่อยากจะเสวนากับใครเท่าไหร่หรอกนะ”




ก็เพราะไม่ได้อยากพูดคุย ไม่อยากที่จะสนทนา.....




ไม่อยากที่จะพบเจอ......ใครสักคน…




“แกกล้า ปฎิเสธฉันงั้นหรือไงฉันสั่งให้แกตอบไงยัยบ้า” สคอวโล่ยังตอบกลับไปทั้งๆที่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าโกรธเขาขนาดไหนแต่เขาไม่รู้ว่าตัวเขาจะโดนโกรธด้วยเรื่องอะไร




นัยน์ตาสีอความารีนจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้า....




ไม่เข้าใจทำไมถึงต้องเธอคนนี้ถึงต้องโกรธเขาขนาดนี้….




ทำไมถึงต้องมาโกรธทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด....




.....แต่ถ้าจะโกรธต้องไปโกรธ ไอเจ้าบ้านั้นที่จับตัวเขามาไว้ที่นี้....แต่ใช่ว่าเขาอยากจะมาอยู่ที่นี้ ในหัวไม่มีความคิด...ไม่มีความต้องการที่จะมาอยู่ในที่แห่งนี้สักนิดเดียว.....




“สเปลบี สคอวโล่ แล้วฉันไม่ใช่ผู้หญิงจำไว้ด้วย ฉันบอกแล้วปล่อยฉันจะนอนคุณผู้หญิง” สิ้นเสียงสคอวโล่ร่างบางก็ล้มตัวลงนอนทันทีโดนไม่สนใจหญิงสาวที่ความโกรธกำลังเพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ



ใบหน้าสวยเริ่มบีบเบี้ยวมากกว่าเก่าริมฝีปากเล็กๆเพยอ ขึ้นก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงดัง



“กรี้ดดดดดด!!! แก ลุกขึ้นมาเดี๋ยวฉันสั่งไม่ได้ยินหรือไงใครบอกให้แกจบแค่บอกชื่อกันแกต้องลุกมาพูดกับฉันเดี๋ยวนี้” หญิงสาวเริ่มไม่สนใจสิ่งรอบข้างรวมทั้งมารยาทต่างๆความเป็นกุลสตรีทั้งหลายที่ได้ร่ำเรียนมา ถึงจะร่ำเรียนมามากขนาดไหนเธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ก็ต้องหวงของที่เป็นของตนตามธรรมดาประสาผู้หญิงโดยเฉพาะคนที่ตนเองรัก



มือเล็ก พยายามฉุดกระชากร่างของสคอวโล่ที่กำลังนอนอยู่ให้ลุกขึ้นมาสนทนากับตน



ทั้งๆที่เธอน่าจะโล่งใจว่าคนๆนี้เป็นผู้ชาย.....แต่เธอกลับไม่สบายใจเอาเสียเลย....



ทำไมเขาถึงต้องกักขังคนๆนี้ไว้....



ทำไมเขาถึงต้องพันธนาการคนๆนี้ด้วยโซ่เหล็ก...



ทำไมเขาถึงได้ห้ามใครต่อใคร....ว่าถ้าไม่มีธุระหรือตนเองสั่ง ห้ามให้ใครต่อใครขึ้นมาบนนี้....



ราวกลับว่าไม่ต้องการให้ใครมาพบเห็น……



ไม่อยากให้ผู้อื่นจ้องมอง......



เหมือนจะต้องการเก็บคนๆนี้ไว้เป็นสมบัติของตนเองเพียงผู้เดียว.......





...........................................................................................





เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านล่างสะดุ้งกับเสียงที่เกิดขึ้น



“เสียงอะไร เจ้าชายไม่ชอบเลย เสียงไม่เร้าใจเลยสักนิดไม่เหมือนตอนเจ้าชายเชือดแมงสาบเลยสักนิดเดียว” เบลฟากองพูดขณะที่นั่งรับประทานอาหารโดยพูดกับสาวใช้เป็นปกติโดยไม่สนใจกับเสียงอะไรที่เกิดขึ้น “พรุ่งนี้เจ้าชายขอเป็นซูชินะ”



แต่เสียงนั้นกลับสร้างความตกใจให้ผู้เป็นพ่อของหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ด้านล่างเป็นอย่างมาก



“นั่นเสียงของแคร์รอลพวกแกขึ้นไปดูสิลูกสาวฉันเป็นอะไรไปพวกแกไม่เหลือซากแน่” พอสเวโซ่รีบลุกจากโต๊ะอาหารอย่างรีบร้อนพร้อมสั่งให้ทุกคนขึ้นไปดูลูกสาวของตนที่ขึ้นไปด้านบนก่อน



“เจ้าชายว่ายัยนั้นต้องเจออะไรเด็ดๆ และมันคงเด็ดมากแน่ๆ” เบลพูดพร้อมวิ่งตามขึ้นไปด้านบนของปราสาท



หวังว่ายัยนั้นคงไม่เจอสคอวโล่หรอกนะถ้าเจอมีหวังนรกแตก และบอสคงโกรธมากแน่ๆ.......



หาเรื่องทำตัวเองหละนะเจ้าชายห้ามแล้วแท้ๆ.....แต่มันก็น่าสนุกดีออกแหะว่ายัยนั้นจะโดนบอสทำยังไง....



“พวกเธอรอที่นี้หละ บอสมาจะได้เห็นถ้าบอสไม่เจอใครแล้วจะซวยมากกว่า” เบลฟากองหันมาทิ้งคำพูดให้คนที่วิ่งตามตนเพื่อที่จะขึ้นไปด้านบน



พวกคนนี้มาแค่วันเดียวก็หาเรื่องให้โดนไล่ออกไปซะแล้วไม่ไหวจริงๆเลยน้าจะอยู่ให้เจ้าชายเล่นนานๆ หน่อยก็ไม่ได้กำลังคิดวีธีเล่นด้วยอยู่เลยเชียว





...................................................................................





กึก.....เสียงฝีเท้าของร่างสูงก้าวเดินตรงเข้ามายังประตูของปราสาท



“ไอพวกสวะหายไปไหนหมด” ริมฝีปากหนากล่าวถามสาวใช้ที่ออกมาตอนรับที่น้อยดูผิดหูผิดตาไปจากปกติ



“คือ ทางตระกูลลอนเนอร์มาถึงตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วค่ะ ตอนนี้ท่านแคร์รอลไม่ทราบว่าเป็นอะไรกรีดร้องออกมาดังมากทุกคนเลยขึ้นไปดูทางด้านบนค่ะว่าเกิดไปเจออะไรเข้า” เสียงของสาวใช้ตอบพลางมีความสงสัยปนอยู่ แล้วใช่ว่าปราสาทหลังนี้มันจะปกติเหมือนชาวบ้านเขา และหวังว่าคงไม่ขึ้นไปชั้นที่นายท่านสั่งห้ามใครขึ้นไปยุ่งหรอกนะ



ร่างสูงตอบรับทางสายตาก่อนจะเดินขึ้นไป โดยไม่สนใจสิ่งใดๆรอบข้าง




.................................................................................





นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองคนเบื้องหน้า



เธอเกลียดใบหน้านั้นใบหน้าที่เขาคนนั้นหลงใหล



เธอเกลียดเรือนร่างนั้นเรือนร่างที่ดูบอบบางราวกลับแก้ว



เธอชิงชังทุกสิ่งของร่างตรงหน้า ชิงชังเหลือเกินจนอยากจะฆ่าให้ตายเพราะเธอเชื่อในความรู้สึกของเธอว่าคนๆนี้ต้องมีความสำคัญกับเขาคนนั้นมากอย่างแน่นนอน



“สเปลบี สคอวโล่สินะนายไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังจะหมั่นกับแซนซัสเจ้าของปราสาทหลังนี้และฉันก็กำลังจะมาเป็นเจ้าของปราสาทหลังนี้เช่นกัน”



ฉันเกลียดนัยน์ตาสีความารีนคู่นั้นที่จ้องมองมา



“ไม่รู้โว้ยเธอจะหมั่นอะไรกับใครก็เชิญฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้วจะมากวนอะไรกัน เธอก็ไปบอกไอเจ้านั้นเองมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลยสักนิดเดียว”



ฉันเกลียดริมฝีปากนั้นที่กล่าวโต้ตอบกลับมาด้วยถอยคำพวกนั้น




ฉันเกลียด...เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างมากมายเหลือเกิน....




“แก...มัน”



ปัง!เสียงประตูถูกเปิดออกผู้เป็นพ่อของหญิงสาวเดินตรงเข้ามาเพื่อดูลูกของตนก่อนที่สายตาจะหันไปเห็นร่างบางที่กำลังนั่งทำหน้าตาเบื่อหน่ายอยู่บนเตียง



“เธอทำอะไรลูกของฉัน” พอสเวโซ่กล่าวถามร่างบางแต่ไม่ทันได้ฟังคำตอบฝ่ามือก็ตรงไปประทับที่แก้มของร่างบางอย่างแรง



“เพียะ!!!” ใบหน้าหวานหันไปตามแรง แก้มเนียนมีสีแดงเกิดขึ้นจากแรงที่ประทะลงไปบนแก้ม เพียงแต่ผู้ทำจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ยังกล่าวถามหาคนที่ตนเองต้องการพบ



“ไปตามแซนซัสมา ฉันต้องคุยเรื่องที่คนของเขาทำร้ายลูกของฉันเดี๋ยวนี้พวกแกใครไปตามมา” พอสเวโซ่กล่าวถามหาร่างสูงเพื่อพูดคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้น



“เจ้าชายไม่เห็นว่าสคอวโล่จะทำอะไรใครเลยนี้นา เธอนั้นหละที่ร้องออกมาเฉยๆ” เบลฟากองพูดตามหลังแทรกเข้ามา



“แถมท่านก็ไม่ได้ถามอะไรใครเลยนะค่ะ ว่าสคอวโล่ทำจริงหรือเปล่าหรืสคอวโล่อาจจะโดนใส่ร้ายเฉยๆก็ได้นะค่ะ” ลุซซูเรียเดินเข้ามาพร้อมเบลที่ตรงไปนั่งบนเตียงกับสคอวโล่เป็นที่เรียบร้อย



“งั้นพวกแกต้องการคำตอบใช่ไหม อยากหาพยานนักใช่ไหม แคร์รอล มันทำร้ายลูกใช่ไหม” ก่อนจะได้ยินเสียงคำตอบของหญิงสาวเสียงๆหนึ่งก็แทรกดังขึ้น



“ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้นฉันรู้ว่ามีสวะบางตัวขัดคำสั่งของฉัน” น้ำเสียงอันทรงพลังดังขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาภายในของห้อง



“บอสกลับมาแล้วยินดีต้อนรับกลับมานะ ชิชิชิ” เบลฟากองกล่าวต้อนรับผู้เป็นนายก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มาจากร่างสูง “คนที่ผ่าฝืนคำสั่งไม่ใช่เจ้าชายนะอย่ามองแบบนั้นนะบอส”



ให้ตายในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกับบอสเท่าไหร่หรอกน่า ถ้าคนๆนั้นไม่โง่พอก็จะรับรู้ว่าร่างสูงโกรธมากขนาดไหน และคาดว่าก็คงมีคนที่โง่พอที่จะเข้าไปยุ่งกับบอสตอนนี้



“เจ้า...แซนซัสเด็กคนนั้นทำร้ายลุกของฉัน” พอสเวโซ่หันไปทางสคอวโล่ที่กำลังนั่งลูบแก้มเนียนๆที่เริ่มกลายเป็นสีแดงเพราะแรงตบเมื่อสักครู่



“ฉันไม่รู้ว่าใครมันทำอะไร ใคร แต่ฉันรู้ว่าตอนนี้มันมีคนมาทำร้ายของๆฉันโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต” ร่างสูงพูดออกมา



นัยน์ตาสีโกเมนหันไปจ้องที่สองพ่อลูกที่กำลังยิ้มโดยคิดว่าตัวเองเป็นผู้มีชัย



“พวกแกออกไปข้างนอกให้หมด....ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว” สิ้นเสียงร่างสูงคนทั้งหมดก็เริ่มทยอยออกไปนอกห้องเว้นเพียง สองพ่อลูกและร่างบางที่กำลังนั่งทำหน้าไม่พอใจอยู่บนเตียง



“ฉันบอกว่าออกไปไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียวไม่เข้าใจที่พูดเลยหรือไง”ร่างสูงกล่าวอีกครั้งทำให้ทั้งคู่ต้องจำใจยอมลงไปด้านล่างโดยทิ้งให้แซนซัสอยู่กับสคอวโล่ เพียงลำพัง



ความเงียบเข้าครอบงำระหว่างบุคคลทั้งสอง.......ก่อนที่ร่างสูงจะกล่าวคำพูดออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น



“แก ขัดคำสั่งของฉันไอฉลามสวะ” คำพูดที่ออกมาจากปากร่างสูงสร้างความสงสัยให้กับสคอวโล่เป็นอย่างมาก



เขาไปขัดคำสั่งอะไรเจ้าบ้านั้นวะ.....



ทั้งๆที่เจ้าบ้านี้ไม่น่าที่จะมีอำนาจสั่งอะไรเขาเลยก็เหอะ....



“แกขัดคำสั่งฉัน เพราะแกให้คนอื่นแตะต้องร่างกายของแก ที่มันเป็นของของฉันไงไอสวะ” ประโยคถัดมาที่ออกจากปากทำลายความสงสัยของร่างบางจนหมดสิ้น



“แต่ก็มีคนบังอาจทำให้ของๆฉันมีริ้วรอย โดยที่มันไม่ใช่ฝีมือของฉัน” มือหยาบลูบบนแก้มเนียนที่เริ่มเห็นรอยแดงเด่นชัดมากยิ่งขึ้น



“แก เจ้าบ้าทำอะไรวะ” เสียงสคอวโล่พูดออกมาอย่างตกใจ




.....ทั้งๆที่ไม่สมควรจะรู้สึกอะไรกับคนๆนี้....




.....ทั้งๆที่ควรจะเกลียดชังมากมายขนาดไหน.....




.....มันก็ไม่มีความรู้สึกเกลียดชังอย่างที่มันควรจะเป็น.....




.....ราวกลับคุ้นเคยกับคนๆนี้มาก่อนทั้งๆที่ครั้งนี้เป็นการเจอครั้งแรก.......




…..ความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูกและตัวเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายอะไรได้.....




“อย่าให้ใครแตะของๆฉันอีกจำใส่สมองไว้ไอสวะ” แซนซัสละสายตาออกจากร่างบางไปก่อนจะหันมาทิ้งท้ายให้ร่างบางที่กำลังนั่งสับสนกับความคิดต่างนานาที่เกิดขึ้น



“ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แกขัดคำสั่งฉันถึงยกโทษให้ แต่ครั้งต่อไปไม่มีอีกต่อไปแล้วจำใส่สมองแกด้วยไอสวะ” คำพูดสุดท้ายออกจาปากร่างสูงพร้อมทิ้งร่างบางให้นั่งอยู่คนเดียวภายในห้อง



….เหมือนจะผูกพัน แต่มันก็ไม่ใช่.....



.....เหมือนจะคุ้นเคย แต่มันก็ไม่ใช่.....



.....เหมือนจะหวาดกลัวคนๆนี้ มันก็ไม่ใช่.....



.....เขาในตอนนี้หวาดกลัวหรือเกรงกลัวคนๆนี้กันแน่.....



......เขาไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ........





....................................................................................





ร่างสูงเดินออกมาจากห้องพร้อมปิดประตูลงอย่างเบาก่อนจะเดินลงจากชั้น 7 ลงไปยังห้องโถงด้านล่าง



ถึงเขาจะไม่จำเป็นต้องไปตอนรับคนพวกนั้น....แต่ก็เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาทเขาก็ควรไปตอนรับคนพวกนั้นสักหน่อยก่อนที่....



เขาจะทำให้พวกนั้นกลับไปให้ไวที่สุดด้วยฝีมือของตัวเขาเอง



“สวัสดีครับ พอสเวโซ่ กับแคร์รอล ไม่นึกว่าจะมาไวขนาดนี้” ร่างสูงกล่าวทักทายคนทั้งสองที่นั่งรอตนเองอยู่บนโซฟากลางห้องโถง




“ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาไว แต่ไม่ติดธุระแล้วต้องการคุยเรื่องด่วนเท่านั้นเองนั้นหละแต่ก่อนอื่นเจ้าต้องอธิบายเรื่องหญิงคนนั้นที่อยู่ในห้องนั้นมาเสียก่อนที่เราจะเริ่มคุยกัน” พอสเวโซ่เริ่มเปิดประเด็นเรื่องราวที่ตนสงสัยทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มการคุยเรื่องต่างๆที่คิดไว้



“มันก็ไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่สิ้นค้าชิ้นหนึ่งที่ฉันไปประมูลก็แค่นั้น” แซนซัสตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันไปสั่งให้คนใช้ยกสุราชั้นดีที่ให้คนจัดเตรียมไว้มาวางบนโต๊ะ



“ถ้าคนๆนั้นเป็นแค่นั้น ช่วยเอามันไปไกลหูไกลตาฉันหน่อยจะได้ไหม แซนซัส” นัยน์ตาสีโกเมนหันไปจ้องชายผู้สูงวัยกว่า



“แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่บอกด้วย” ร่างสูงเงียบเสียงไปสักพักก่อนจะบอกเหตุผลที่ผู้สนทนาไม่คาดคิด




“ไอสวะนั้นมันเป็นของของฉัน แล้วทำไมต้องทำตามที่พวกแกบอกด้วย”




“เจ้าก็น่าจะฟังคำบอกของฉันบ้างสิแซนซัส ทั้งๆที่ตอนพ่อเจ้าอยู่เจ้ายังดูเชื่อฟังมากกว่านี้เลย” ชายผู้สูงวัยกล่าวอย่างระอาในพฤติกรรมของชายตรงหน้า



“แต่เจ้าเอาคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาในปราสาทนี้นะบ้าไปแล้วหรือไง”



“ไม่ ถ้าจะคุยเรื่องแค่นี้กลับไปเลยเสียดีกว่า ฉันไม่ได้มีเวลาคุยอะไรมากมาย และไม่ได้ว่างเหมือนพวกแก” แซนซัสตอบกลับขณะที่กำลังจิบเหล้าชั้นดีลงไปในลำคอ



“แต่ฉันก็ยังไมได้ว่าอะไรที่แกมาทำร้ายของของฉันเลยสักนิดถือว่าฉันยังมีมารยาทอยู่ไหมหละ มีอะไรจะพูดจะอะไรก็รีบพูดๆมา ฉันไม่มีเวลาว่างมากอย่ารีรอแล้วจะบอกว่าฉันไม่เตือน” ร่างสูงพูดต่ออีกครั้งหลังจากบทสนทนาจะเริ่มยืดเยื้อไปทางร่างบางที่นั่งอยู่ในห้อง



“เจ้า เอาเถอะถ้าเจ้ายังจะให้มันยังอยู่ก็เรื่องของเจ้าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน”



พอสเวโซ่กล่าวอย่างไม่พอใจสายตาหันไปทางลูกสาวที่กำลังนั่งทำหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นเรื่อง เรื่องใหม่อีกครั้ง



“ที่มาไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอก เรื่องการหมั้นของเจ้ากับลูกสาวของฉันมันมีขึ้นเมื่อไหร่เจ้าจะตอบได้ไหม” สิ้นคำพูดร่างสูงก็หันไปหาต้นเสียง



นัยน์ตาสีโกเมนจ้องมองชายชราแววตาเต็มไปด้วยความโกรธ



เป็นแค่สวะก็อยู่ส่วนสวะ แต่มันกล้าพูดกับเขาแบบนั้น มันก็คงอยากตายน่าดู






....................................................................................





............TBC............

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทำไมบอสไม่ฆ่ามันนนนนนน
ตบหน้าหลามได้ไงงงงงงง
พ่อลูกน่าโยนออกจากปราสาท

#1 By nunu on 2009-06-20 23:00

=..= สคอวโล่ที่น่าฉงฉาน...
อยู่ดีๆก็โดนตบซะงั้น= =
ว่าแต่ทำไมคุณแคร์ฯต้องรักแซนซัสมากขนาดนั้นด้วยละ
=___= เขาเกลียดขี้หน้าหล่อนออกชัดเจนมากเลยนะ...
จะว่าไปก็น่าสงสารหล่อนอยู่เหมือนกันแฮะ=__=

#2 By Uni on 2009-07-24 09:54