[AU Fic]Bidder From The Dark[XS,D18] 8
posted on 20 Jun 2009 22:23 by disaster-ridden
Title: (AU Fic) Bidder From The Dark
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
พันธนาการที่ 8 Who? (ใคร)
นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างจ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยความตกใจ เส้นผมสีขาวสะอาด ผิวสีขาวซีด เธอมั่นใจว่าคนๆนี้คือคนเดียวกับเด็กที่อยู่ในรูปวาดนั่น แต่ทำไมเป็นผู้หญิงทั้งๆที่ในรูปนั้นเป็นเด็กผู้ชาย
“ใคร ฉันถามแกตอบมาสิ” เสียงเล็กสั่นเครือ
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนๆนี้ถึงอยู่ในห้องนี้ อีกทั้งยังถูกโซ่ล๊อกไว้อีก หรือที่แซนซัสห้ามให้ใครขึ้นมาด้านบนก็เป็นเพราะคนๆนี้กัน
“ฉันบอกให้ตอบมาไง ยัยบ้าตอบสิ” แคร์รอลเริ่มกระแทกเสียงให้หนักขึ้นกว่าเดิมใบหน้าสวยที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มตอนนี้มีเพียงความกังวลและสงสัย….
สงสัยว่าคนๆนี้คือใคร.....
กังวลกว่าคนๆนี้อาจจะเป็นคนสำคัญของเขาคนนั้นก็เป็นได้....
“จะโวยวายอะไรหนักนาหนวกหูน่าเข้าห้องคนอื่นโดนไม่เคาะประตูมารยาทมีมั่งไหม” เสียงของสคอวโล่ตอบกลับไปด้วยความไม่พอใจ
ไม่พอใจไม่ใช่ที่หญิงสาวไม่รักษามารยาทแต่ ไม่พอใจเพราะทำไมต้องมาปลุกให้เข้ามาเจอโลกแห่งความเป็นจริงที่เขาไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเจออีก
“เงียบไปเถอะน่าชื่ออะไรก็ชั่งมันมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องบอกและเวลานี้ฉันยังไม่อยากจะเสวนากับใครเท่าไหร่หรอกนะ”
ก็เพราะไม่ได้อยากพูดคุย ไม่อยากที่จะสนทนา.....
ไม่อยากที่จะพบเจอ......ใครสักคน…
“แกกล้า ปฎิเสธฉันงั้นหรือไงฉันสั่งให้แกตอบไงยัยบ้า” สคอวโล่ยังตอบกลับไปทั้งๆที่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าโกรธเขาขนาดไหนแต่เขาไม่รู้ว่าตัวเขาจะโดนโกรธด้วยเรื่องอะไร
นัยน์ตาสีอความารีนจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้า....
ไม่เข้าใจทำไมถึงต้องเธอคนนี้ถึงต้องโกรธเขาขนาดนี้….
ทำไมถึงต้องมาโกรธทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด....
.....แต่ถ้าจะโกรธต้องไปโกรธ ไอเจ้าบ้านั้นที่จับตัวเขามาไว้ที่นี้....แต่ใช่ว่าเขาอยากจะมาอยู่ที่นี้ ในหัวไม่มีความคิด...ไม่มีความต้องการที่จะมาอยู่ในที่แห่งนี้สักนิดเดียว.....
“สเปลบี สคอวโล่ แล้วฉันไม่ใช่ผู้หญิงจำไว้ด้วย ฉันบอกแล้วปล่อยฉันจะนอนคุณผู้หญิง” สิ้นเสียงสคอวโล่ร่างบางก็ล้มตัวลงนอนทันทีโดนไม่สนใจหญิงสาวที่ความโกรธกำลังเพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ใบหน้าสวยเริ่มบีบเบี้ยวมากกว่าเก่าริมฝีปากเล็กๆเพยอ ขึ้นก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงดัง
“กรี้ดดดดดด!!! แก ลุกขึ้นมาเดี๋ยวฉันสั่งไม่ได้ยินหรือไงใครบอกให้แกจบแค่บอกชื่อกันแกต้องลุกมาพูดกับฉันเดี๋ยวนี้” หญิงสาวเริ่มไม่สนใจสิ่งรอบข้างรวมทั้งมารยาทต่างๆความเป็นกุลสตรีทั้งหลายที่ได้ร่ำเรียนมา ถึงจะร่ำเรียนมามากขนาดไหนเธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ก็ต้องหวงของที่เป็นของตนตามธรรมดาประสาผู้หญิงโดยเฉพาะคนที่ตนเองรัก
มือเล็ก พยายามฉุดกระชากร่างของสคอวโล่ที่กำลังนอนอยู่ให้ลุกขึ้นมาสนทนากับตน
ทั้งๆที่เธอน่าจะโล่งใจว่าคนๆนี้เป็นผู้ชาย.....แต่เธอกลับไม่สบายใจเอาเสียเลย....
ทำไมเขาถึงต้องกักขังคนๆนี้ไว้....
ทำไมเขาถึงต้องพันธนาการคนๆนี้ด้วยโซ่เหล็ก...
ทำไมเขาถึงได้ห้ามใครต่อใคร....ว่าถ้าไม่มีธุระหรือตนเองสั่ง ห้ามให้ใครต่อใครขึ้นมาบนนี้....
ราวกลับว่าไม่ต้องการให้ใครมาพบเห็น……
ไม่อยากให้ผู้อื่นจ้องมอง......
เหมือนจะต้องการเก็บคนๆนี้ไว้เป็นสมบัติของตนเองเพียงผู้เดียว.......
...........................................................................................
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านล่างสะดุ้งกับเสียงที่เกิดขึ้น
“เสียงอะไร เจ้าชายไม่ชอบเลย เสียงไม่เร้าใจเลยสักนิดไม่เหมือนตอนเจ้าชายเชือดแมงสาบเลยสักนิดเดียว” เบลฟากองพูดขณะที่นั่งรับประทานอาหารโดยพูดกับสาวใช้เป็นปกติโดยไม่สนใจกับเสียงอะไรที่เกิดขึ้น “พรุ่งนี้เจ้าชายขอเป็นซูชินะ”
แต่เสียงนั้นกลับสร้างความตกใจให้ผู้เป็นพ่อของหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ด้านล่างเป็นอย่างมาก
“นั่นเสียงของแคร์รอลพวกแกขึ้นไปดูสิลูกสาวฉันเป็นอะไรไปพวกแกไม่เหลือซากแน่” พอสเวโซ่รีบลุกจากโต๊ะอาหารอย่างรีบร้อนพร้อมสั่งให้ทุกคนขึ้นไปดูลูกสาวของตนที่ขึ้นไปด้านบนก่อน
“เจ้าชายว่ายัยนั้นต้องเจออะไรเด็ดๆ และมันคงเด็ดมากแน่ๆ” เบลพูดพร้อมวิ่งตามขึ้นไปด้านบนของปราสาท
หวังว่ายัยนั้นคงไม่เจอสคอวโล่หรอกนะถ้าเจอมีหวังนรกแตก และบอสคงโกรธมากแน่ๆ.......
หาเรื่องทำตัวเองหละนะเจ้าชายห้ามแล้วแท้ๆ.....แต่มันก็น่าสนุกดีออกแหะว่ายัยนั้นจะโดนบอสทำยังไง....
“พวกเธอรอที่นี้หละ บอสมาจะได้เห็นถ้าบอสไม่เจอใครแล้วจะซวยมากกว่า” เบลฟากองหันมาทิ้งคำพูดให้คนที่วิ่งตามตนเพื่อที่จะขึ้นไปด้านบน
พวกคนนี้มาแค่วันเดียวก็หาเรื่องให้โดนไล่ออกไปซะแล้วไม่ไหวจริงๆเลยน้าจะอยู่ให้เจ้าชายเล่นนานๆ หน่อยก็ไม่ได้กำลังคิดวีธีเล่นด้วยอยู่เลยเชียว
...................................................................................
กึก.....เสียงฝีเท้าของร่างสูงก้าวเดินตรงเข้ามายังประตูของปราสาท
“ไอพวกสวะหายไปไหนหมด” ริมฝีปากหนากล่าวถามสาวใช้ที่ออกมาตอนรับที่น้อยดูผิดหูผิดตาไปจากปกติ
“คือ ทางตระกูลลอนเนอร์มาถึงตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วค่ะ ตอนนี้ท่านแคร์รอลไม่ทราบว่าเป็นอะไรกรีดร้องออกมาดังมากทุกคนเลยขึ้นไปดูทางด้านบนค่ะว่าเกิดไปเจออะไรเข้า” เสียงของสาวใช้ตอบพลางมีความสงสัยปนอยู่ แล้วใช่ว่าปราสาทหลังนี้มันจะปกติเหมือนชาวบ้านเขา และหวังว่าคงไม่ขึ้นไปชั้นที่นายท่านสั่งห้ามใครขึ้นไปยุ่งหรอกนะ
ร่างสูงตอบรับทางสายตาก่อนจะเดินขึ้นไป โดยไม่สนใจสิ่งใดๆรอบข้าง
.................................................................................
นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองคนเบื้องหน้า
เธอเกลียดใบหน้านั้นใบหน้าที่เขาคนนั้นหลงใหล
เธอเกลียดเรือนร่างนั้นเรือนร่างที่ดูบอบบางราวกลับแก้ว
เธอชิงชังทุกสิ่งของร่างตรงหน้า ชิงชังเหลือเกินจนอยากจะฆ่าให้ตายเพราะเธอเชื่อในความรู้สึกของเธอว่าคนๆนี้ต้องมีความสำคัญกับเขาคนนั้นมากอย่างแน่นนอน
“สเปลบี สคอวโล่สินะนายไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังจะหมั่นกับแซนซัสเจ้าของปราสาทหลังนี้และฉันก็กำลังจะมาเป็นเจ้าของปราสาทหลังนี้เช่นกัน”
ฉันเกลียดนัยน์ตาสีความารีนคู่นั้นที่จ้องมองมา
“ไม่รู้โว้ยเธอจะหมั่นอะไรกับใครก็เชิญฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้วจะมากวนอะไรกัน เธอก็ไปบอกไอเจ้านั้นเองมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลยสักนิดเดียว”
ฉันเกลียดริมฝีปากนั้นที่กล่าวโต้ตอบกลับมาด้วยถอยคำพวกนั้น
ฉันเกลียด...เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างมากมายเหลือเกิน....
“แก...มัน”
ปัง!เสียงประตูถูกเปิดออกผู้เป็นพ่อของหญิงสาวเดินตรงเข้ามาเพื่อดูลูกของตนก่อนที่สายตาจะหันไปเห็นร่างบางที่กำลังนั่งทำหน้าตาเบื่อหน่ายอยู่บนเตียง
“เธอทำอะไรลูกของฉัน” พอสเวโซ่กล่าวถามร่างบางแต่ไม่ทันได้ฟังคำตอบฝ่ามือก็ตรงไปประทับที่แก้มของร่างบางอย่างแรง
“เพียะ!!!” ใบหน้าหวานหันไปตามแรง แก้มเนียนมีสีแดงเกิดขึ้นจากแรงที่ประทะลงไปบนแก้ม เพียงแต่ผู้ทำจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ยังกล่าวถามหาคนที่ตนเองต้องการพบ
“ไปตามแซนซัสมา ฉันต้องคุยเรื่องที่คนของเขาทำร้ายลูกของฉันเดี๋ยวนี้พวกแกใครไปตามมา” พอสเวโซ่กล่าวถามหาร่างสูงเพื่อพูดคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“เจ้าชายไม่เห็นว่าสคอวโล่จะทำอะไรใครเลยนี้นา เธอนั้นหละที่ร้องออกมาเฉยๆ” เบลฟากองพูดตามหลังแทรกเข้ามา
“แถมท่านก็ไม่ได้ถามอะไรใครเลยนะค่ะ ว่าสคอวโล่ทำจริงหรือเปล่าหรืสคอวโล่อาจจะโดนใส่ร้ายเฉยๆก็ได้นะค่ะ” ลุซซูเรียเดินเข้ามาพร้อมเบลที่ตรงไปนั่งบนเตียงกับสคอวโล่เป็นที่เรียบร้อย
“งั้นพวกแกต้องการคำตอบใช่ไหม อยากหาพยานนักใช่ไหม แคร์รอล มันทำร้ายลูกใช่ไหม” ก่อนจะได้ยินเสียงคำตอบของหญิงสาวเสียงๆหนึ่งก็แทรกดังขึ้น
“ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้นฉันรู้ว่ามีสวะบางตัวขัดคำสั่งของฉัน” น้ำเสียงอันทรงพลังดังขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาภายในของห้อง
“บอสกลับมาแล้วยินดีต้อนรับกลับมานะ ชิชิชิ” เบลฟากองกล่าวต้อนรับผู้เป็นนายก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มาจากร่างสูง “คนที่ผ่าฝืนคำสั่งไม่ใช่เจ้าชายนะอย่ามองแบบนั้นนะบอส”
ให้ตายในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกับบอสเท่าไหร่หรอกน่า ถ้าคนๆนั้นไม่โง่พอก็จะรับรู้ว่าร่างสูงโกรธมากขนาดไหน และคาดว่าก็คงมีคนที่โง่พอที่จะเข้าไปยุ่งกับบอสตอนนี้
“เจ้า...แซนซัสเด็กคนนั้นทำร้ายลุกของฉัน” พอสเวโซ่หันไปทางสคอวโล่ที่กำลังนั่งลูบแก้มเนียนๆที่เริ่มกลายเป็นสีแดงเพราะแรงตบเมื่อสักครู่
“ฉันไม่รู้ว่าใครมันทำอะไร ใคร แต่ฉันรู้ว่าตอนนี้มันมีคนมาทำร้ายของๆฉันโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต” ร่างสูงพูดออกมา
นัยน์ตาสีโกเมนหันไปจ้องที่สองพ่อลูกที่กำลังยิ้มโดยคิดว่าตัวเองเป็นผู้มีชัย
“พวกแกออกไปข้างนอกให้หมด....ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว” สิ้นเสียงร่างสูงคนทั้งหมดก็เริ่มทยอยออกไปนอกห้องเว้นเพียง สองพ่อลูกและร่างบางที่กำลังนั่งทำหน้าไม่พอใจอยู่บนเตียง
“ฉันบอกว่าออกไปไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียวไม่เข้าใจที่พูดเลยหรือไง”ร่างสูงกล่าวอีกครั้งทำให้ทั้งคู่ต้องจำใจยอมลงไปด้านล่างโดยทิ้งให้แซนซัสอยู่กับสคอวโล่ เพียงลำพัง
ความเงียบเข้าครอบงำระหว่างบุคคลทั้งสอง.......ก่อนที่ร่างสูงจะกล่าวคำพูดออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น
“แก ขัดคำสั่งของฉันไอฉลามสวะ” คำพูดที่ออกมาจากปากร่างสูงสร้างความสงสัยให้กับสคอวโล่เป็นอย่างมาก
เขาไปขัดคำสั่งอะไรเจ้าบ้านั้นวะ.....
ทั้งๆที่เจ้าบ้านี้ไม่น่าที่จะมีอำนาจสั่งอะไรเขาเลยก็เหอะ....
“แกขัดคำสั่งฉัน เพราะแกให้คนอื่นแตะต้องร่างกายของแก ที่มันเป็นของของฉันไงไอสวะ” ประโยคถัดมาที่ออกจากปากทำลายความสงสัยของร่างบางจนหมดสิ้น
“แต่ก็มีคนบังอาจทำให้ของๆฉันมีริ้วรอย โดยที่มันไม่ใช่ฝีมือของฉัน” มือหยาบลูบบนแก้มเนียนที่เริ่มเห็นรอยแดงเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
“แก เจ้าบ้าทำอะไรวะ” เสียงสคอวโล่พูดออกมาอย่างตกใจ
.....ทั้งๆที่ไม่สมควรจะรู้สึกอะไรกับคนๆนี้....
.....ทั้งๆที่ควรจะเกลียดชังมากมายขนาดไหน.....
.....มันก็ไม่มีความรู้สึกเกลียดชังอย่างที่มันควรจะเป็น.....
.....ราวกลับคุ้นเคยกับคนๆนี้มาก่อนทั้งๆที่ครั้งนี้เป็นการเจอครั้งแรก.......
…..ความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูกและตัวเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายอะไรได้.....
“อย่าให้ใครแตะของๆฉันอีกจำใส่สมองไว้ไอสวะ” แซนซัสละสายตาออกจากร่างบางไปก่อนจะหันมาทิ้งท้ายให้ร่างบางที่กำลังนั่งสับสนกับความคิดต่างนานาที่เกิดขึ้น
“ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แกขัดคำสั่งฉันถึงยกโทษให้ แต่ครั้งต่อไปไม่มีอีกต่อไปแล้วจำใส่สมองแกด้วยไอสวะ” คำพูดสุดท้ายออกจาปากร่างสูงพร้อมทิ้งร่างบางให้นั่งอยู่คนเดียวภายในห้อง
….เหมือนจะผูกพัน แต่มันก็ไม่ใช่.....
.....เหมือนจะคุ้นเคย แต่มันก็ไม่ใช่.....
.....เหมือนจะหวาดกลัวคนๆนี้ มันก็ไม่ใช่.....
.....เขาในตอนนี้หวาดกลัวหรือเกรงกลัวคนๆนี้กันแน่.....
......เขาไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ........
....................................................................................
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องพร้อมปิดประตูลงอย่างเบาก่อนจะเดินลงจากชั้น 7 ลงไปยังห้องโถงด้านล่าง
ถึงเขาจะไม่จำเป็นต้องไปตอนรับคนพวกนั้น....แต่ก็เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาทเขาก็ควรไปตอนรับคนพวกนั้นสักหน่อยก่อนที่....
เขาจะทำให้พวกนั้นกลับไปให้ไวที่สุดด้วยฝีมือของตัวเขาเอง
“สวัสดีครับ พอสเวโซ่ กับแคร์รอล ไม่นึกว่าจะมาไวขนาดนี้” ร่างสูงกล่าวทักทายคนทั้งสองที่นั่งรอตนเองอยู่บนโซฟากลางห้องโถง
“ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาไว แต่ไม่ติดธุระแล้วต้องการคุยเรื่องด่วนเท่านั้นเองนั้นหละแต่ก่อนอื่นเจ้าต้องอธิบายเรื่องหญิงคนนั้นที่อยู่ในห้องนั้นมาเสียก่อนที่เราจะเริ่มคุยกัน” พอสเวโซ่เริ่มเปิดประเด็นเรื่องราวที่ตนสงสัยทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มการคุยเรื่องต่างๆที่คิดไว้
“มันก็ไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่สิ้นค้าชิ้นหนึ่งที่ฉันไปประมูลก็แค่นั้น” แซนซัสตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันไปสั่งให้คนใช้ยกสุราชั้นดีที่ให้คนจัดเตรียมไว้มาวางบนโต๊ะ
“ถ้าคนๆนั้นเป็นแค่นั้น ช่วยเอามันไปไกลหูไกลตาฉันหน่อยจะได้ไหม แซนซัส” นัยน์ตาสีโกเมนหันไปจ้องชายผู้สูงวัยกว่า
“แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่บอกด้วย” ร่างสูงเงียบเสียงไปสักพักก่อนจะบอกเหตุผลที่ผู้สนทนาไม่คาดคิด
“ไอสวะนั้นมันเป็นของของฉัน แล้วทำไมต้องทำตามที่พวกแกบอกด้วย”
“เจ้าก็น่าจะฟังคำบอกของฉันบ้างสิแซนซัส ทั้งๆที่ตอนพ่อเจ้าอยู่เจ้ายังดูเชื่อฟังมากกว่านี้เลย” ชายผู้สูงวัยกล่าวอย่างระอาในพฤติกรรมของชายตรงหน้า
“แต่เจ้าเอาคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาในปราสาทนี้นะบ้าไปแล้วหรือไง”
“ไม่ ถ้าจะคุยเรื่องแค่นี้กลับไปเลยเสียดีกว่า ฉันไม่ได้มีเวลาคุยอะไรมากมาย และไม่ได้ว่างเหมือนพวกแก” แซนซัสตอบกลับขณะที่กำลังจิบเหล้าชั้นดีลงไปในลำคอ
“แต่ฉันก็ยังไมได้ว่าอะไรที่แกมาทำร้ายของของฉันเลยสักนิดถือว่าฉันยังมีมารยาทอยู่ไหมหละ มีอะไรจะพูดจะอะไรก็รีบพูดๆมา ฉันไม่มีเวลาว่างมากอย่ารีรอแล้วจะบอกว่าฉันไม่เตือน” ร่างสูงพูดต่ออีกครั้งหลังจากบทสนทนาจะเริ่มยืดเยื้อไปทางร่างบางที่นั่งอยู่ในห้อง
“เจ้า เอาเถอะถ้าเจ้ายังจะให้มันยังอยู่ก็เรื่องของเจ้าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน”
พอสเวโซ่กล่าวอย่างไม่พอใจสายตาหันไปทางลูกสาวที่กำลังนั่งทำหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นเรื่อง เรื่องใหม่อีกครั้ง
“ที่มาไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอก เรื่องการหมั้นของเจ้ากับลูกสาวของฉันมันมีขึ้นเมื่อไหร่เจ้าจะตอบได้ไหม” สิ้นคำพูดร่างสูงก็หันไปหาต้นเสียง
นัยน์ตาสีโกเมนจ้องมองชายชราแววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
เป็นแค่สวะก็อยู่ส่วนสวะ แต่มันกล้าพูดกับเขาแบบนั้น มันก็คงอยากตายน่าดู
....................................................................................
............TBC............
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
พันธนาการที่ 8 Who? (ใคร)
นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างจ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยความตกใจ เส้นผมสีขาวสะอาด ผิวสีขาวซีด เธอมั่นใจว่าคนๆนี้คือคนเดียวกับเด็กที่อยู่ในรูปวาดนั่น แต่ทำไมเป็นผู้หญิงทั้งๆที่ในรูปนั้นเป็นเด็กผู้ชาย
“ใคร ฉันถามแกตอบมาสิ” เสียงเล็กสั่นเครือ
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนๆนี้ถึงอยู่ในห้องนี้ อีกทั้งยังถูกโซ่ล๊อกไว้อีก หรือที่แซนซัสห้ามให้ใครขึ้นมาด้านบนก็เป็นเพราะคนๆนี้กัน
“ฉันบอกให้ตอบมาไง ยัยบ้าตอบสิ” แคร์รอลเริ่มกระแทกเสียงให้หนักขึ้นกว่าเดิมใบหน้าสวยที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มตอนนี้มีเพียงความกังวลและสงสัย….
สงสัยว่าคนๆนี้คือใคร.....
กังวลกว่าคนๆนี้อาจจะเป็นคนสำคัญของเขาคนนั้นก็เป็นได้....
“จะโวยวายอะไรหนักนาหนวกหูน่าเข้าห้องคนอื่นโดนไม่เคาะประตูมารยาทมีมั่งไหม” เสียงของสคอวโล่ตอบกลับไปด้วยความไม่พอใจ
ไม่พอใจไม่ใช่ที่หญิงสาวไม่รักษามารยาทแต่ ไม่พอใจเพราะทำไมต้องมาปลุกให้เข้ามาเจอโลกแห่งความเป็นจริงที่เขาไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเจออีก
“เงียบไปเถอะน่าชื่ออะไรก็ชั่งมันมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องบอกและเวลานี้ฉันยังไม่อยากจะเสวนากับใครเท่าไหร่หรอกนะ”
ก็เพราะไม่ได้อยากพูดคุย ไม่อยากที่จะสนทนา.....
ไม่อยากที่จะพบเจอ......ใครสักคน…
“แกกล้า ปฎิเสธฉันงั้นหรือไงฉันสั่งให้แกตอบไงยัยบ้า” สคอวโล่ยังตอบกลับไปทั้งๆที่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าโกรธเขาขนาดไหนแต่เขาไม่รู้ว่าตัวเขาจะโดนโกรธด้วยเรื่องอะไร
นัยน์ตาสีอความารีนจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้า....
ไม่เข้าใจทำไมถึงต้องเธอคนนี้ถึงต้องโกรธเขาขนาดนี้….
ทำไมถึงต้องมาโกรธทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด....
.....แต่ถ้าจะโกรธต้องไปโกรธ ไอเจ้าบ้านั้นที่จับตัวเขามาไว้ที่นี้....แต่ใช่ว่าเขาอยากจะมาอยู่ที่นี้ ในหัวไม่มีความคิด...ไม่มีความต้องการที่จะมาอยู่ในที่แห่งนี้สักนิดเดียว.....
“สเปลบี สคอวโล่ แล้วฉันไม่ใช่ผู้หญิงจำไว้ด้วย ฉันบอกแล้วปล่อยฉันจะนอนคุณผู้หญิง” สิ้นเสียงสคอวโล่ร่างบางก็ล้มตัวลงนอนทันทีโดนไม่สนใจหญิงสาวที่ความโกรธกำลังเพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ใบหน้าสวยเริ่มบีบเบี้ยวมากกว่าเก่าริมฝีปากเล็กๆเพยอ ขึ้นก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงดัง
“กรี้ดดดดดด!!! แก ลุกขึ้นมาเดี๋ยวฉันสั่งไม่ได้ยินหรือไงใครบอกให้แกจบแค่บอกชื่อกันแกต้องลุกมาพูดกับฉันเดี๋ยวนี้” หญิงสาวเริ่มไม่สนใจสิ่งรอบข้างรวมทั้งมารยาทต่างๆความเป็นกุลสตรีทั้งหลายที่ได้ร่ำเรียนมา ถึงจะร่ำเรียนมามากขนาดไหนเธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ก็ต้องหวงของที่เป็นของตนตามธรรมดาประสาผู้หญิงโดยเฉพาะคนที่ตนเองรัก
มือเล็ก พยายามฉุดกระชากร่างของสคอวโล่ที่กำลังนอนอยู่ให้ลุกขึ้นมาสนทนากับตน
ทั้งๆที่เธอน่าจะโล่งใจว่าคนๆนี้เป็นผู้ชาย.....แต่เธอกลับไม่สบายใจเอาเสียเลย....
ทำไมเขาถึงต้องกักขังคนๆนี้ไว้....
ทำไมเขาถึงต้องพันธนาการคนๆนี้ด้วยโซ่เหล็ก...
ทำไมเขาถึงได้ห้ามใครต่อใคร....ว่าถ้าไม่มีธุระหรือตนเองสั่ง ห้ามให้ใครต่อใครขึ้นมาบนนี้....
ราวกลับว่าไม่ต้องการให้ใครมาพบเห็น……
ไม่อยากให้ผู้อื่นจ้องมอง......
เหมือนจะต้องการเก็บคนๆนี้ไว้เป็นสมบัติของตนเองเพียงผู้เดียว.......
...........................................................................................
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านล่างสะดุ้งกับเสียงที่เกิดขึ้น
“เสียงอะไร เจ้าชายไม่ชอบเลย เสียงไม่เร้าใจเลยสักนิดไม่เหมือนตอนเจ้าชายเชือดแมงสาบเลยสักนิดเดียว” เบลฟากองพูดขณะที่นั่งรับประทานอาหารโดยพูดกับสาวใช้เป็นปกติโดยไม่สนใจกับเสียงอะไรที่เกิดขึ้น “พรุ่งนี้เจ้าชายขอเป็นซูชินะ”
แต่เสียงนั้นกลับสร้างความตกใจให้ผู้เป็นพ่อของหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ด้านล่างเป็นอย่างมาก
“นั่นเสียงของแคร์รอลพวกแกขึ้นไปดูสิลูกสาวฉันเป็นอะไรไปพวกแกไม่เหลือซากแน่” พอสเวโซ่รีบลุกจากโต๊ะอาหารอย่างรีบร้อนพร้อมสั่งให้ทุกคนขึ้นไปดูลูกสาวของตนที่ขึ้นไปด้านบนก่อน
“เจ้าชายว่ายัยนั้นต้องเจออะไรเด็ดๆ และมันคงเด็ดมากแน่ๆ” เบลพูดพร้อมวิ่งตามขึ้นไปด้านบนของปราสาท
หวังว่ายัยนั้นคงไม่เจอสคอวโล่หรอกนะถ้าเจอมีหวังนรกแตก และบอสคงโกรธมากแน่ๆ.......
หาเรื่องทำตัวเองหละนะเจ้าชายห้ามแล้วแท้ๆ.....แต่มันก็น่าสนุกดีออกแหะว่ายัยนั้นจะโดนบอสทำยังไง....
“พวกเธอรอที่นี้หละ บอสมาจะได้เห็นถ้าบอสไม่เจอใครแล้วจะซวยมากกว่า” เบลฟากองหันมาทิ้งคำพูดให้คนที่วิ่งตามตนเพื่อที่จะขึ้นไปด้านบน
พวกคนนี้มาแค่วันเดียวก็หาเรื่องให้โดนไล่ออกไปซะแล้วไม่ไหวจริงๆเลยน้าจะอยู่ให้เจ้าชายเล่นนานๆ หน่อยก็ไม่ได้กำลังคิดวีธีเล่นด้วยอยู่เลยเชียว
...................................................................................
กึก.....เสียงฝีเท้าของร่างสูงก้าวเดินตรงเข้ามายังประตูของปราสาท
“ไอพวกสวะหายไปไหนหมด” ริมฝีปากหนากล่าวถามสาวใช้ที่ออกมาตอนรับที่น้อยดูผิดหูผิดตาไปจากปกติ
“คือ ทางตระกูลลอนเนอร์มาถึงตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วค่ะ ตอนนี้ท่านแคร์รอลไม่ทราบว่าเป็นอะไรกรีดร้องออกมาดังมากทุกคนเลยขึ้นไปดูทางด้านบนค่ะว่าเกิดไปเจออะไรเข้า” เสียงของสาวใช้ตอบพลางมีความสงสัยปนอยู่ แล้วใช่ว่าปราสาทหลังนี้มันจะปกติเหมือนชาวบ้านเขา และหวังว่าคงไม่ขึ้นไปชั้นที่นายท่านสั่งห้ามใครขึ้นไปยุ่งหรอกนะ
ร่างสูงตอบรับทางสายตาก่อนจะเดินขึ้นไป โดยไม่สนใจสิ่งใดๆรอบข้าง
.................................................................................
นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองคนเบื้องหน้า
เธอเกลียดใบหน้านั้นใบหน้าที่เขาคนนั้นหลงใหล
เธอเกลียดเรือนร่างนั้นเรือนร่างที่ดูบอบบางราวกลับแก้ว
เธอชิงชังทุกสิ่งของร่างตรงหน้า ชิงชังเหลือเกินจนอยากจะฆ่าให้ตายเพราะเธอเชื่อในความรู้สึกของเธอว่าคนๆนี้ต้องมีความสำคัญกับเขาคนนั้นมากอย่างแน่นนอน
“สเปลบี สคอวโล่สินะนายไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังจะหมั่นกับแซนซัสเจ้าของปราสาทหลังนี้และฉันก็กำลังจะมาเป็นเจ้าของปราสาทหลังนี้เช่นกัน”
ฉันเกลียดนัยน์ตาสีความารีนคู่นั้นที่จ้องมองมา
“ไม่รู้โว้ยเธอจะหมั่นอะไรกับใครก็เชิญฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้วจะมากวนอะไรกัน เธอก็ไปบอกไอเจ้านั้นเองมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลยสักนิดเดียว”
ฉันเกลียดริมฝีปากนั้นที่กล่าวโต้ตอบกลับมาด้วยถอยคำพวกนั้น
ฉันเกลียด...เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างมากมายเหลือเกิน....
“แก...มัน”
ปัง!เสียงประตูถูกเปิดออกผู้เป็นพ่อของหญิงสาวเดินตรงเข้ามาเพื่อดูลูกของตนก่อนที่สายตาจะหันไปเห็นร่างบางที่กำลังนั่งทำหน้าตาเบื่อหน่ายอยู่บนเตียง
“เธอทำอะไรลูกของฉัน” พอสเวโซ่กล่าวถามร่างบางแต่ไม่ทันได้ฟังคำตอบฝ่ามือก็ตรงไปประทับที่แก้มของร่างบางอย่างแรง
“เพียะ!!!” ใบหน้าหวานหันไปตามแรง แก้มเนียนมีสีแดงเกิดขึ้นจากแรงที่ประทะลงไปบนแก้ม เพียงแต่ผู้ทำจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ยังกล่าวถามหาคนที่ตนเองต้องการพบ
“ไปตามแซนซัสมา ฉันต้องคุยเรื่องที่คนของเขาทำร้ายลูกของฉันเดี๋ยวนี้พวกแกใครไปตามมา” พอสเวโซ่กล่าวถามหาร่างสูงเพื่อพูดคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“เจ้าชายไม่เห็นว่าสคอวโล่จะทำอะไรใครเลยนี้นา เธอนั้นหละที่ร้องออกมาเฉยๆ” เบลฟากองพูดตามหลังแทรกเข้ามา
“แถมท่านก็ไม่ได้ถามอะไรใครเลยนะค่ะ ว่าสคอวโล่ทำจริงหรือเปล่าหรืสคอวโล่อาจจะโดนใส่ร้ายเฉยๆก็ได้นะค่ะ” ลุซซูเรียเดินเข้ามาพร้อมเบลที่ตรงไปนั่งบนเตียงกับสคอวโล่เป็นที่เรียบร้อย
“งั้นพวกแกต้องการคำตอบใช่ไหม อยากหาพยานนักใช่ไหม แคร์รอล มันทำร้ายลูกใช่ไหม” ก่อนจะได้ยินเสียงคำตอบของหญิงสาวเสียงๆหนึ่งก็แทรกดังขึ้น
“ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้นฉันรู้ว่ามีสวะบางตัวขัดคำสั่งของฉัน” น้ำเสียงอันทรงพลังดังขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาภายในของห้อง
“บอสกลับมาแล้วยินดีต้อนรับกลับมานะ ชิชิชิ” เบลฟากองกล่าวต้อนรับผู้เป็นนายก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มาจากร่างสูง “คนที่ผ่าฝืนคำสั่งไม่ใช่เจ้าชายนะอย่ามองแบบนั้นนะบอส”
ให้ตายในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกับบอสเท่าไหร่หรอกน่า ถ้าคนๆนั้นไม่โง่พอก็จะรับรู้ว่าร่างสูงโกรธมากขนาดไหน และคาดว่าก็คงมีคนที่โง่พอที่จะเข้าไปยุ่งกับบอสตอนนี้
“เจ้า...แซนซัสเด็กคนนั้นทำร้ายลุกของฉัน” พอสเวโซ่หันไปทางสคอวโล่ที่กำลังนั่งลูบแก้มเนียนๆที่เริ่มกลายเป็นสีแดงเพราะแรงตบเมื่อสักครู่
“ฉันไม่รู้ว่าใครมันทำอะไร ใคร แต่ฉันรู้ว่าตอนนี้มันมีคนมาทำร้ายของๆฉันโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต” ร่างสูงพูดออกมา
นัยน์ตาสีโกเมนหันไปจ้องที่สองพ่อลูกที่กำลังยิ้มโดยคิดว่าตัวเองเป็นผู้มีชัย
“พวกแกออกไปข้างนอกให้หมด....ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว” สิ้นเสียงร่างสูงคนทั้งหมดก็เริ่มทยอยออกไปนอกห้องเว้นเพียง สองพ่อลูกและร่างบางที่กำลังนั่งทำหน้าไม่พอใจอยู่บนเตียง
“ฉันบอกว่าออกไปไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียวไม่เข้าใจที่พูดเลยหรือไง”ร่างสูงกล่าวอีกครั้งทำให้ทั้งคู่ต้องจำใจยอมลงไปด้านล่างโดยทิ้งให้แซนซัสอยู่กับสคอวโล่ เพียงลำพัง
ความเงียบเข้าครอบงำระหว่างบุคคลทั้งสอง.......ก่อนที่ร่างสูงจะกล่าวคำพูดออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น
“แก ขัดคำสั่งของฉันไอฉลามสวะ” คำพูดที่ออกมาจากปากร่างสูงสร้างความสงสัยให้กับสคอวโล่เป็นอย่างมาก
เขาไปขัดคำสั่งอะไรเจ้าบ้านั้นวะ.....
ทั้งๆที่เจ้าบ้านี้ไม่น่าที่จะมีอำนาจสั่งอะไรเขาเลยก็เหอะ....
“แกขัดคำสั่งฉัน เพราะแกให้คนอื่นแตะต้องร่างกายของแก ที่มันเป็นของของฉันไงไอสวะ” ประโยคถัดมาที่ออกจากปากทำลายความสงสัยของร่างบางจนหมดสิ้น
“แต่ก็มีคนบังอาจทำให้ของๆฉันมีริ้วรอย โดยที่มันไม่ใช่ฝีมือของฉัน” มือหยาบลูบบนแก้มเนียนที่เริ่มเห็นรอยแดงเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
“แก เจ้าบ้าทำอะไรวะ” เสียงสคอวโล่พูดออกมาอย่างตกใจ
.....ทั้งๆที่ไม่สมควรจะรู้สึกอะไรกับคนๆนี้....
.....ทั้งๆที่ควรจะเกลียดชังมากมายขนาดไหน.....
.....มันก็ไม่มีความรู้สึกเกลียดชังอย่างที่มันควรจะเป็น.....
.....ราวกลับคุ้นเคยกับคนๆนี้มาก่อนทั้งๆที่ครั้งนี้เป็นการเจอครั้งแรก.......
…..ความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูกและตัวเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายอะไรได้.....
“อย่าให้ใครแตะของๆฉันอีกจำใส่สมองไว้ไอสวะ” แซนซัสละสายตาออกจากร่างบางไปก่อนจะหันมาทิ้งท้ายให้ร่างบางที่กำลังนั่งสับสนกับความคิดต่างนานาที่เกิดขึ้น
“ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แกขัดคำสั่งฉันถึงยกโทษให้ แต่ครั้งต่อไปไม่มีอีกต่อไปแล้วจำใส่สมองแกด้วยไอสวะ” คำพูดสุดท้ายออกจาปากร่างสูงพร้อมทิ้งร่างบางให้นั่งอยู่คนเดียวภายในห้อง
….เหมือนจะผูกพัน แต่มันก็ไม่ใช่.....
.....เหมือนจะคุ้นเคย แต่มันก็ไม่ใช่.....
.....เหมือนจะหวาดกลัวคนๆนี้ มันก็ไม่ใช่.....
.....เขาในตอนนี้หวาดกลัวหรือเกรงกลัวคนๆนี้กันแน่.....
......เขาไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ........
....................................................................................
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องพร้อมปิดประตูลงอย่างเบาก่อนจะเดินลงจากชั้น 7 ลงไปยังห้องโถงด้านล่าง
ถึงเขาจะไม่จำเป็นต้องไปตอนรับคนพวกนั้น....แต่ก็เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาทเขาก็ควรไปตอนรับคนพวกนั้นสักหน่อยก่อนที่....
เขาจะทำให้พวกนั้นกลับไปให้ไวที่สุดด้วยฝีมือของตัวเขาเอง
“สวัสดีครับ พอสเวโซ่ กับแคร์รอล ไม่นึกว่าจะมาไวขนาดนี้” ร่างสูงกล่าวทักทายคนทั้งสองที่นั่งรอตนเองอยู่บนโซฟากลางห้องโถง
“ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาไว แต่ไม่ติดธุระแล้วต้องการคุยเรื่องด่วนเท่านั้นเองนั้นหละแต่ก่อนอื่นเจ้าต้องอธิบายเรื่องหญิงคนนั้นที่อยู่ในห้องนั้นมาเสียก่อนที่เราจะเริ่มคุยกัน” พอสเวโซ่เริ่มเปิดประเด็นเรื่องราวที่ตนสงสัยทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มการคุยเรื่องต่างๆที่คิดไว้
“มันก็ไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่สิ้นค้าชิ้นหนึ่งที่ฉันไปประมูลก็แค่นั้น” แซนซัสตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันไปสั่งให้คนใช้ยกสุราชั้นดีที่ให้คนจัดเตรียมไว้มาวางบนโต๊ะ
“ถ้าคนๆนั้นเป็นแค่นั้น ช่วยเอามันไปไกลหูไกลตาฉันหน่อยจะได้ไหม แซนซัส” นัยน์ตาสีโกเมนหันไปจ้องชายผู้สูงวัยกว่า
“แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่บอกด้วย” ร่างสูงเงียบเสียงไปสักพักก่อนจะบอกเหตุผลที่ผู้สนทนาไม่คาดคิด
“ไอสวะนั้นมันเป็นของของฉัน แล้วทำไมต้องทำตามที่พวกแกบอกด้วย”
“เจ้าก็น่าจะฟังคำบอกของฉันบ้างสิแซนซัส ทั้งๆที่ตอนพ่อเจ้าอยู่เจ้ายังดูเชื่อฟังมากกว่านี้เลย” ชายผู้สูงวัยกล่าวอย่างระอาในพฤติกรรมของชายตรงหน้า
“แต่เจ้าเอาคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาในปราสาทนี้นะบ้าไปแล้วหรือไง”
“ไม่ ถ้าจะคุยเรื่องแค่นี้กลับไปเลยเสียดีกว่า ฉันไม่ได้มีเวลาคุยอะไรมากมาย และไม่ได้ว่างเหมือนพวกแก” แซนซัสตอบกลับขณะที่กำลังจิบเหล้าชั้นดีลงไปในลำคอ
“แต่ฉันก็ยังไมได้ว่าอะไรที่แกมาทำร้ายของของฉันเลยสักนิดถือว่าฉันยังมีมารยาทอยู่ไหมหละ มีอะไรจะพูดจะอะไรก็รีบพูดๆมา ฉันไม่มีเวลาว่างมากอย่ารีรอแล้วจะบอกว่าฉันไม่เตือน” ร่างสูงพูดต่ออีกครั้งหลังจากบทสนทนาจะเริ่มยืดเยื้อไปทางร่างบางที่นั่งอยู่ในห้อง
“เจ้า เอาเถอะถ้าเจ้ายังจะให้มันยังอยู่ก็เรื่องของเจ้าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน”
พอสเวโซ่กล่าวอย่างไม่พอใจสายตาหันไปทางลูกสาวที่กำลังนั่งทำหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นเรื่อง เรื่องใหม่อีกครั้ง
“ที่มาไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอก เรื่องการหมั้นของเจ้ากับลูกสาวของฉันมันมีขึ้นเมื่อไหร่เจ้าจะตอบได้ไหม” สิ้นคำพูดร่างสูงก็หันไปหาต้นเสียง
นัยน์ตาสีโกเมนจ้องมองชายชราแววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
เป็นแค่สวะก็อยู่ส่วนสวะ แต่มันกล้าพูดกับเขาแบบนั้น มันก็คงอยากตายน่าดู
....................................................................................
............TBC............

ตบหน้าหลามได้ไงงงงงงง
พ่อลูกน่าโยนออกจากปราสาท
#1 By nunu on 2009-06-20 23:00