[AU Fic]Bidder From The Dark[XS,D18] 9
posted on 23 Jun 2009 20:41 by disaster-ridden
แหะๆๆ ตอยคอมเม้นไม่มีเวลาอย่างแรงวันนี้มาเร็วมากตอน 9 แหะๆๆๆๆๆๆ
งั้นเหมือนเดิมค่ะ! คำผิด ภาษา เน่าเมินไปสักนิดนะค่ะ
Title: (AU Fic) Bidder From The Dark
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
บทที่ 9 Converse (สนทนา)
คำพูดของชายชราเหมือนจะสร้างความตกใจให้กับคนรอบข้างเป็นอย่างมาก มีเพียงชายคนเดียวที่ยังนิ่งเงียบ
เขารู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้มาก็ด้วยเพราะเหตุผลนี้......
.....และยังไงก็ตามการหมั้นของเขาก็ไม่มีวันที่เกิดขึ้นเด็ดขาด.....
“ยังพูดตรงๆเหมือนเดิมนะ พอสเวโซ่เรื่องการหมั้นนั้นเป็นเรื่องที่คุณ เออออเพียงคนเดียวเสียมากกว่า” แซนซัสยังคงรักษามารยาทไว้โดยที่ยังมือที่จะเอาแก้วสุราในมือปาไปโดนคนตรงหน้า
“เรื่องนี้เจ้าคงไม่คิดอย่างนั้นแน่ได้คุยกับพ่อของเจ้าแล้วหวังว่าเจ้าคงทำตามคำสั่งที่พ่อเจ้าทิ้งไว้ให้ก็คือ หมั้นกับแคร์รอลลูกสาวฉันซะ” เสียงของชายชรายังยืนยันคำเดินว่ายังต้องการให้ร่างสูงหมั้นกับลูกสาวของตน
“ถึงเจ้ายังจะบอกว่ายังไง คำของพ่อเจ้า เจ้าก็ควรทำตามซะแซนซัส”
“คิดว่าจะเอาเรื่องคำพูดในอดีตมา คุยกับฉัน”
“แล้วคิดว่าฉันจะทำตามหรือไงไอสวะ” ร่างสูงตอบกลับไปด้วยความโกระนัยน์ตาสีโกเมนเริ่มแสดงว่าเกรี้ยวกราดมากกว่าเก่า
“เจ้าไม่เคยคิดเลยหรือไง พ่อของเจ้าเป็นคนที่รักษาสัญญามากขนาดไหนแต่กับเจ้าดันจะผิดคำพูดที่พ่อเจ้าทิ้งไว้ไม่คิดถึงพ่อของเจ้ามั่งเลยหรือไงแซนซัส” พอสเวโซ่พูดออกมาภายในหัวกำลังคิดว่าตนถือไพ่เหนือกว่าอีกฝ่าย
“อะไรๆก็ คำว่าพ่อ ไอแก่นั้นแกคิดว่าฉันจะสนใจคำพูดของมันที่พูดกับแกหรือไง”
“แซนซัสนี้เจ้า” ชายชรากล่าวอย่างตกใจทันที่ทีได้ยินประโยดที่ร่างสูงตอบกลับมา
“ท่านแซนซัสค่ะ คือถ้าท่านไม่สนใจหรือใส่ใจในคำพูดของท่านพ่อแล้วหละก็ก้ได้โปรดเห้นใจดิฉันหน่อยเถอะนะค่ะตอนนี้ใครๆต่างก็คิดว่าฉันหมั้นกับท่านไปแล้วถ้าให้กลับไปบอกทุกคนว่าฉันไม่ได้มีคู่หมั้นมันจะเสื่อมเสียขนาดไหนทุกคนก็ต้องคิดว่าดิฉันไม่ดีพอจนต้องโดนถอดหมั้นไป” แคร์รอลพยายามพูดชักจูงให้แซนซัสรู้สึกสงสารตน
“......................” แต่งสิ่งที่ตอบกลับมามีแต่ความเงียบ
“ท่านแซนซัส......หรือดิฉันไม่ดีพอหรือค่ะ ไม่ดีพอที่จะสู้คนๆนั้นได้ คนที่ท่านกักขังได้ด้านบนนั้นดิฉันคงสู้คนๆนั้นไม่ได้ เค้าคนนั้นเป็นคนสำคัญของท่านนี้นะ” เสียงของหญิงสาวเริ่มกลับมาแข็งกระด้างอีกครั้ง
“ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร แคร์รอล ลอนเนอร์ ถ้ายังไม่อยากให้ฉันอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ก็หุบปากของเธอไปซะ” เรียบของร่างสูงตอบกลับมานิ่งๆ
“ฉันไม่เงียบหรอกค่ะ จนกว่าท่านจะตอบกลับมาว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงตามที่ดิฉันบอกไป ว่าคนๆนั้นเป็นคนสำคัญของท่าน” แคร์เริ่มไม่สนใจสิ่งรอบข้างตอนนี้เธอต้องการเพียงคำตอบที่ออกมาจากปากของร่างสูงเท่านั้น
“ลูกแคร์ เงียบก่อนให้พ่อคุยกับแซนซัส ให้จบเสียก่อนแคร์รอล” ผู้เป็นพ่อเริ่มใส่อารมณ์กับลูกสาวก่อนจะหันกลับไปสนทนากับร่างสูงที่นั่งนิ่งอีกครั้ง
“งั้นฉันจะถามต่อ เด็กสาวที่อยู่ในห้องนั้นเจ้ากักไว้ทำไม”
“พอสเวโซ่ฉันจำได้นะว่าเราไม่ได้คุยเรื่องๆนี้” เสียงของแซนซัสตอบด้วยน้ำเสียที่สะใจเล็กๆก่อนที่จะตอบกลับไปให้ผู้สูงวัยกว่าทราบ “คนๆนั้นไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่แกเข้าใจสักหน่อยพอสเวโซ่และฉันก็ไมได้ขังอะไรเจ้านั้นก็แค่เก็บของของฉันให้มันดีก็เท่านั้น”
แซนซัสกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย
มันซึ่งคิดว่าจะควบคุมเขา..แต่กลับโดนเขาคุมเกมส์ทั้งหมดไว้...
ไม่รู้เลยหรือไงว่าฝีมือมันคนละชั้นกันไอสวะ....
“มีอะไรต้องการที่จะรู้อีกไหมหละ พอสเวโซ่”
“ถ้าเจ้ายังจะให้ฉันถามฉันก็ขอยืนยันว่าให้เอาเจ้านั้นออกไป” ชายผู้สูงวัยทำท่าทางตกใจเมื่อได้ยินว่าคนที่เค้าคิดว่าเป็นหญิงสาวกลับเป็นชายหนุ่มและตัวเขาก็เป็นพวกมีเซ้นส์ดีเสียด้วยว่า ชายคนนั้นจะทำให้เขาต้องเสียแผนบางแผนไป
“ฉันคิดว่าคงไม่ต้องทำตามที่บอกหรอกนะในเมื่อมันเป็นของของฉันแกก็ไม่มีสิทธ์ที่จะสั่งอะไร และฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำตามที่แกบอก” แซนซัสยังพูดกวนประสาทชายผู้สูงวัยกว่าเป็นระยะๆ
นัยน์ตาสีโกเมนจ้องดูบุคคลสองคนเบื้องหน้า ท่าทีที่ทั้งสองเหมือนจะผ่ายแพ้ในเกมส์ที่พวกตนสร้าง
“ต้องการที่จะถามอะไรอีก พอสเวโซ่ตอนนี้ฉันรู้สึกชักจะสนุกขึ้นมาเสียแล้วต้องการที่จะรู้อะไรอีกไหมหละตอนนี้ฉันพร้อมที่จะตอบเต็มที่” การเล่นเกมส์ที่เขาไม่มีวันพ่ายแพ้ให้กับพวกที่อ่อนหัดตรงหน้า
ตอนนี้ทั้งสองคนรู้แล้วว่าทำไม….ทำไม.....
หลายๆคนถึงกล่าวว่าชายผู้นี้หน้ากลัว....
หลายๆคนถึงกล่าวว่าชายผู้นี้เป็นคนๆเดียวที่ไม่กล้าที่จะต่อกรด้วย…
หลายๆคนถึงกล่าวว่าชายผู้นี้ไม่มีทางยอมที่จะเสียเปรียบใคร....
หลายๆคนเลือกที่จะเกรงกลัวและยอมชายคนนี้....
เพราะชายคนนี้ไม่เคยสนใจใครนอกจากตนเองและทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของตน....
ชายที่ปกครองคนทุกคนให้อยู่ภายใต้ความเกรงกลัวในอำนาจ.....
“เงียบทำไมหละไม่คิดจะถามอะไรแล้วเหรอไง” ร่างสูงทวนคำถามใส่ฝ่ายตรงข้าม
“ไม่มี งั้นฉันกับลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้วพรุ้งนี้ฉันกับลูกจะกลับปราสาท แต่เจ้าก็ควรพักผ่อนด้วยแซนซัส” พอสเวโซ่กล่าวพร้อมลากลูกสาวของตนขึ้นไปยังห้องที่ทางปราสาทจัดเตรียมไว้ให้
โดยทิ้งให้ที่กำลังจะหลุดหัวเราะให้ท่าทีของสองพ่อลูก
“เชิญหวังว่าพรุ่งนี้คงจะกลับไปได้แล้วนะ ก็หมดเรื่องที่จะถามแล้วนี้” ร่างสูงยังพูดทิ้งให้ให้คนสองคนที่กำลังเดินไปขึ้นไปทางด้านบนของปราสาท
.............................................................................................
“บอส ทำไมบอสไม่จัดการซะเลยหละเจ้าชายไม่ชอบคนพวกนั้นเลย” เบลฟากองเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายหลังจากที่รอให้ทั้งสองคนขึ้นไปด้านบนเรียบร้อยแล้ว
“แกคิดว่าจัดการมันตอนนี้จะสนุกหรือไง” แซนซัสหันไปตอบเบลขณะที่กำลังยกแก้วสุราขึ้นมาดื่มต่อ
“ถ้าแกคิดว่ามันยังไม่สนุกพ่อก็รอเวลาเล่นพวกมันไปซะดีกว่า”
“บอสถ้าบอสไม่มาเจ้าชายจะตัดมือไอแมลงสาบนั้นแล้วนะ บังอาจทำร้ายพี่ของเจ้าชาย” เบลฟากองนึกย้อนกลับขณะที่พอสเวโซ่กำลังตบร่างบางที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร
“ฉันไมไดห้ามให้แกตัด แต่แกควรคิดว่าถ้าแกตัดมือไอสวะนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นแกก็ควรที่จะจำไว้ในสมองด้วยไอสวะเบล”
“รับทราบบอสแต่ให้เจ้าชายไปเล่นกับสคอวโล่ได้ไหมอ่ะ เจ้าชายอุตส่าห์มาขออนุญาตบอสเลยนะนี้”
ร่างสูงหันไปมองเบลขณะที่กำลังนั้นโยนมีดพกของตนเล่น
“ถ้าแกไม่ไปทำอะไรมันนอกเหนือจากที่แกบอกก็ ตามใจแก”
“รับทราบบอส รับรองเจ้าชายไม่ทำอะไรสคอวโล่หรอกน่าเพรารู้ว่า สคอวโล่อะของของบอสเจ้าชายไม่แกล้งหรือทำอะไรหรอกน่า”
“เจ้าชายไปไสคอวโล่แล้วกันน้า” หลังจากที่เบลพูดเสร็จ ก็รีบพุ่งตัวขึ้นไปชั้นบนทันทีโดยที่ไม่สนใจผู้เป็นนายที่นั่งคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่
........................................................................................................
“โว้ยยยยย ไอบ้านั้น นี้มันเรื่องอะไรกันว่ะ” หลังจากที่ทุกคนออกไปนอกห้อง สคอวโล่นั่งเรียบเรียงเหตุการณ์ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่
เขานอนอยู่ดีๆ ก็มี ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้เข้ามาในห้องโวยวายใส่เขาแล้วโกรธเขาด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ร้องกรี๊ดจนคนข้างล่างขึ้นมาด้านบนจนเต็มห้องไปหมด แถมโดนไอแก่ที่ไหนไม่รู้ มาตบหน้าจนชา
แต่ถึงยังไงมันก็ไม่เท่าที่......
ไอเจ้านั้นมันพูดเอาแต่ใจตัวเองแบบนั้นออกมา ไอบ้าเอ้ย…….
“แกขัดคำสั่งฉัน เพราะแกให้คนอื่นแตะต้องร่างกายของแก ที่มันเป็นของของฉันไงไอสวะ”
“อย่าให้ใครแตะของๆฉันอีกจำใส่สมองไว้ไอสวะ”
โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!
พูดเอาแต่ใจตัวเองที่สุด คำก็ของของมันสองคำก็ของของมัน ไอหน้าบากเอ้ย
มันมาสั่งอะไรแบบนี้มันเป็นเจ้าของชีวิต เขาหรือไงกันว่ะ
ติดใจที่สุดคือ มันก็มีคู่หมั้นแล้วจะมาอะไรกับเขาหนักหนาแถม ปล่อยให้คู่หมั้นตัวเองมามาหาเรื่องคนอื่นอีกดูแลไม่มีดี แล้วยังจะปล่อยให้มันมาหาเรื่องเขาอีก
มาอยู่ที่นี้ไอคนบ้านนี้มันสร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน มีแต่เรื่องสรรหากันสร้างมาเรื่องให้เขาจริงๆ ตั้งแต่วันแรกยันวันนี้มันจะมีวันไหนบ้างไหมที่เขาไม่มีเรื่อง
อารมณ์เสียชะมัด....
ร่างบางนั่งใช้ความคิดเรียบเรื่องราวได้ไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นมาอีกครั้ง
“สคอวโล่ เจ้าชายขอบอสมาเล่นกับสคอวโล่ได้แล้วนะ” เบลฟากองพูดขึ้นทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง
“บอกแค่นี้ก็ออกไปซะ เบลฉันจะนอน” สคอวโล่หันไปคุยกับเบลเพียงครู่เดียวก็ทิ้งตัวลงไปนอน
“สคอวโล่ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย เจ้าชายอุตส่าห์ไปขอบอสนะว่าจะมาเล่นกับสคอวโล่อ่ะ” ถึงสคอวโล่จะล่มตัวลงไปนอนเบลก็ยังพะเน้าพะนอให้ร่างบางลุกขึ้นมาเล่นกับตนอยู่ดี
“ไอเล่นกับแม่คู่หมั้นอะไรนั้นสิ อย่างน้อยยัยนั้นก็น่าจะใกล้ชิดแกมากกว่าฉัน”
“พรุ่งนี้ พวกนั้นมันก็จะกลับไปแล้วเจ้าชายจะเล่นอะไรหละ แถมเจ้าชายไม่ชอบขี้หน้ายัยนั้นอย่างแรงอยู่กับสคอวโล่สบายใจกว่าเยอะ” เบลพูดสวนออกมาโดยไม่ฟังร่างบางพร้อมกระโดดขึ้นไปนอนกอดร่างบางที่กำลังเคลิ้มที่จะหลับบนเตียง
“เจ้าชายของนอนกับสคอวโล่นะ ราตรีสวัสดิ์สคอวโล่เจ้าชายนอนแล้ว” เบลพูดพลางรีบก้มหน้าก้มตามนอนหลับทันทีโดยไม่สนเสียงโวยวายใดๆของสคอวโล่
‘โวยไอเด็กเวร มันนี้หละตัวสร้างเรื่องตัวต้นๆเลย’
แต่สคอวโล่ก็โวยวายได้เพียงไม่นานความเหนื่อยอ่อนเข้าครอบคลุมจนเผลอหลับไป
‘แหม สคอวโล่แกล้งนิดแกล้งหน่อยก็โวยวายซะแล้วอย่างนี้เจ้าชายเลยชอบแกล้งไง’ เบลนึกพลางลึกตัวออกจากเตียงหลังจากที่แกล้งสคอวโล่จนหน่ำใจเป็นที่เรียบร้อย
“ราตรีสวัสดิ์จริงๆแล้วสคอวโล่หวังว่าคงไม่เจออะไรอีกนะ” เบลหันมาพูดใส่คนที่นอนหลับพร้อมเปิดประตูห้องออกไปทางด้านนอกของห้อง
...............................................................................................
“เก็บของ พวกแกรีบเก็บเข้าสิฉันจะกลับปราสาทแล้ว” แคร์รอลพยายามเร่งให้ทุกๆคนเก็บของของเธอเข้าไปในกระเป่าให้เร็วที่สุด
เธอไม่ใช่โง่พอที่จะไม่รู้อะไรในเรื่องที่สนทนากันเมื่อวาน
เธอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะหมั้นหรือแต่งงานกับเธอสักนิดเดียว
“พ่อค่ะลูก.......”
“แคร์รอลตอนนี้กลับปราสาทเราไม่ตั้งหลักกันก่อนดีกว่ายังไงพ่อก็จะต้องทำให้ลูกได้หมั้นและแต่งงานกับแซนซัสแน่นนอนลูกไม่ต้องห่วง” พอสเวโซ่พูดกันลูกสาวของตน
เขาไม่คิดว่าตอนที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเขาจะแพ้.....
คนที่เขาคิดว่าไม่มีทางที่จะเอาชนะตัวเขาเองได้ แต่เขากลับพ่ายแพ้อย่างหมดท่า โดยที่ฟังคำพูดของคนๆนั้นแค่นั้นเอง
“ลูกแคร์เรียบร้อยหรือยังลูก เราต้องกลับกันแล้วพ่อสั่งให้คนเตรียมรถม้าไว้เรียบร้อยแล้วนะเร็วหน่อยลูก” ผู้เป็นพ่อหันไปเร่งลูกสาวของตนให้รีบเก็บข้าวของให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
“ค่ะท่านพ่อ”
เมื่อทั้งสองเก็บข้าวเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางออกไปจากปราสาทโดยที่ไม่มีใครสนใจคนทั้งคู่สักคนเดียว
.......................................................................................................
“บอสสสสสสส วันนี้ปราสาทเราสงบสุขแล้วน้า” เบลทักร่างสูงที่กำลังเดินลงมาทางด้านล่างของปราสาท
แต่ร่างสูงหันไปตอบรับได้การะกระตุกยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาพร้อมกางหนังสือพิมพ์อ่านอย่างสบายใจ
“บอสสคอวโล่ขี้บ่นอะตอนเจ้าชายไปนอนกอด สคอวโล่บ่นใส่เจ้าชายใหญ่เลย” หยังกะสคอวโล่เป็นแม่ของเจ้าชายเลย
ก็นานแล้วที่ไม่มีใครกล้าดุเจ้าชายสักคนเดียวเลยนี้นา แต่ก็ยกเว้นบอสไว้คนหละนะ
“หึ....” มีเพียงเสียงตอบกลับมาของร่างสูงอย่างเบาโดยไม่สนใจอะไรเด็กชายที่กำลังพูดถึงร่างบางที่กำอยู่ด้านบนของปราสาทอย่างออกอรรถรส
...........................................................................................................
......มาคิดๆดูแล้วจริงเขาก็ควรจะมีอะไรตกลงกับไอเจ้าหน้าบากนั้น....
แต่เขาโดนจับตัวมาโดยที่ไม่ได้อยากมาเอง พอรู้สึกตัวเขาก็โดนโยนใส่กรงแล้วโดนลากออกมาประมูล
แถมถูกโดนประมูลโดยไอบ้านี้....
“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!! ปวดหัวโว้ยยยยอะไรมันหนักนาว่ะเนี่ยยยยคิดไม่ออกเลยโว้ย” เสียงร้องของสคอวโล่ดังลงไปด้านหลังจนคนที่กำลังสนทากันอยู่ตกใจในเสียงที่ร่างบางร้องออกมา
“....เจ้าชายว่า ยัยนั้นแต่แต่มีคนมาส่งเสียงแทนยัยนั้นแล้วหละบอส” เบลหยุดเรื่องกำลังพูดคุยกับผู้เป็นนายเปลื่ยนไปสนทนาเรื่องของเจ้าของต้นเสียงร้องเมื่อสักครู่
“บอสเจ้าชายห่วงสคอวโล่อะ ไปดูกันน่ะๆๆๆๆๆ” หลังจากที่เสียงร้องของสคอวโล่ดังออกมาเป็นระยะ จนเบลทนไม่ใหวจึงอ้อนให้ผู้เป็นนายขึ้นไปดูสคอวโล่พร้อมกันตน
“น่ะบอสเจ้าชายขอ” เบลพูดพร้อมลากร่างสูงขึ้นไปยังห้องต้นเสียงร้องที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ฟังคำสั่งตอบรับใดๆจากผู้เป็นนาย
“บอสอะไม่ห่วงสคอวโล่มั่งเลยหรือไง ร้องดังออกขนาดนั้น”
“แล้วเรื่องอะไรที่ฉันต้องห่วงมัน ในเบื่อมันควรจะดูแลตัวเองให้ดีเพราะ ชีวิตมันไม่ใช่ของมันแล้ว เพราะมันเป็นของฉัน”
ร่างสูงเงียบเสียงลงพร้อมเปิดบานประตูห้องนอนของสคอวโล่เพื่อเข้าไปทางด้านใน
ภายในห้องทั้งคู่พบร่างบางที่กำลังนั่งโวยวายคนเดียวอยู่บนเตียงพร้อมหมอนที่ลงไปนอนกองอยู่บนพื้น
สคอวโล่หันไปมองบุคคลทั่งคู่ที่ยืนอยู่หน้าประตู
“เข้ามาทำไมวะไอพวกนี้ไม่เห็นเหรอไงคนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่” เขามาทั้งๆที่เขากำลังคิดหาวิธีหนีออกไปจากที่นี่อยู่เนี่ยได้แล้วแบบนี้มันจะคิดออกได้ยังไงหละว่ะ
“สคอวโล่อะ ทำไมเจ้าชายจะเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้หละปราสาทเป็นบ้านของเจ้าชายนะทุกห้องเจ้าชายเข้าได้หมด” เบลตอบออกไป แต่สายตาของสคอวโล่ไม่ได้อยู่ที่ร่างโปรง แต่กลับไปจ้องมองร่างสูงแทน
“แกไม่ต้องตอบหรอก ฉันก็รู้ยังไงแกก็บอกว่าจะเข้าห้องไหนก็ได้เพราะที่นี้เป็นของของแกสินะ” สคอวโล่พูดเสียงประชดประชันร่างสูงที่กำลังยืนจ้องตนเองอยู่
“เหมือนแกจะลืมอีกอย่างว่าฉันก็เป็นเจ้าของแกด้วยไอสวะเพราฉะนั้น แกอยู่ที่ไหนเจ้านายของแกก็ต้องอยู่ด้วย”
“แกไม่ใช่เจ้านายฉันโว้ย”
“ทำไมจะไม่ใช่ไอสวะฉันซื้อแกมาดังนั้นแกก็เป็นของฉันและฉันก็เป็นเจ้านายแก”
“ฉันไม่ได้สมัครให้ให้โดนขายนี้หว่าไอบ้า” ร่างบางยังไม่ยอมแพ้ที่จะหยุดโวยวาย
“งั้นแกสนใจมา พนันกับฉันไหมหละไอหน้าบาก” สคอวโล่ยื้นข้อเสนอให้ร่างสูงที่กำลังโกรธ
“ฉันจะเล่นกับแกโดยที่ให้แกปล่อยฉันไป ในเวลา 1 วันถ้าแกตามฉันเจอฉันจะยอมแกถ้าแกตามฉันไม่เจอแกก็ปล่อยฉันไปซะ”
.............................................................................................
..................TBC..................
งั้นเหมือนเดิมค่ะ! คำผิด ภาษา เน่าเมินไปสักนิดนะค่ะ
Title: (AU Fic) Bidder From The Dark
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
บทที่ 9 Converse (สนทนา)
คำพูดของชายชราเหมือนจะสร้างความตกใจให้กับคนรอบข้างเป็นอย่างมาก มีเพียงชายคนเดียวที่ยังนิ่งเงียบ
เขารู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้มาก็ด้วยเพราะเหตุผลนี้......
.....และยังไงก็ตามการหมั้นของเขาก็ไม่มีวันที่เกิดขึ้นเด็ดขาด.....
“ยังพูดตรงๆเหมือนเดิมนะ พอสเวโซ่เรื่องการหมั้นนั้นเป็นเรื่องที่คุณ เออออเพียงคนเดียวเสียมากกว่า” แซนซัสยังคงรักษามารยาทไว้โดยที่ยังมือที่จะเอาแก้วสุราในมือปาไปโดนคนตรงหน้า
“เรื่องนี้เจ้าคงไม่คิดอย่างนั้นแน่ได้คุยกับพ่อของเจ้าแล้วหวังว่าเจ้าคงทำตามคำสั่งที่พ่อเจ้าทิ้งไว้ให้ก็คือ หมั้นกับแคร์รอลลูกสาวฉันซะ” เสียงของชายชรายังยืนยันคำเดินว่ายังต้องการให้ร่างสูงหมั้นกับลูกสาวของตน
“ถึงเจ้ายังจะบอกว่ายังไง คำของพ่อเจ้า เจ้าก็ควรทำตามซะแซนซัส”
“คิดว่าจะเอาเรื่องคำพูดในอดีตมา คุยกับฉัน”
“แล้วคิดว่าฉันจะทำตามหรือไงไอสวะ” ร่างสูงตอบกลับไปด้วยความโกระนัยน์ตาสีโกเมนเริ่มแสดงว่าเกรี้ยวกราดมากกว่าเก่า
“เจ้าไม่เคยคิดเลยหรือไง พ่อของเจ้าเป็นคนที่รักษาสัญญามากขนาดไหนแต่กับเจ้าดันจะผิดคำพูดที่พ่อเจ้าทิ้งไว้ไม่คิดถึงพ่อของเจ้ามั่งเลยหรือไงแซนซัส” พอสเวโซ่พูดออกมาภายในหัวกำลังคิดว่าตนถือไพ่เหนือกว่าอีกฝ่าย
“อะไรๆก็ คำว่าพ่อ ไอแก่นั้นแกคิดว่าฉันจะสนใจคำพูดของมันที่พูดกับแกหรือไง”
“แซนซัสนี้เจ้า” ชายชรากล่าวอย่างตกใจทันที่ทีได้ยินประโยดที่ร่างสูงตอบกลับมา
“ท่านแซนซัสค่ะ คือถ้าท่านไม่สนใจหรือใส่ใจในคำพูดของท่านพ่อแล้วหละก็ก้ได้โปรดเห้นใจดิฉันหน่อยเถอะนะค่ะตอนนี้ใครๆต่างก็คิดว่าฉันหมั้นกับท่านไปแล้วถ้าให้กลับไปบอกทุกคนว่าฉันไม่ได้มีคู่หมั้นมันจะเสื่อมเสียขนาดไหนทุกคนก็ต้องคิดว่าดิฉันไม่ดีพอจนต้องโดนถอดหมั้นไป” แคร์รอลพยายามพูดชักจูงให้แซนซัสรู้สึกสงสารตน
“......................” แต่งสิ่งที่ตอบกลับมามีแต่ความเงียบ
“ท่านแซนซัส......หรือดิฉันไม่ดีพอหรือค่ะ ไม่ดีพอที่จะสู้คนๆนั้นได้ คนที่ท่านกักขังได้ด้านบนนั้นดิฉันคงสู้คนๆนั้นไม่ได้ เค้าคนนั้นเป็นคนสำคัญของท่านนี้นะ” เสียงของหญิงสาวเริ่มกลับมาแข็งกระด้างอีกครั้ง
“ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร แคร์รอล ลอนเนอร์ ถ้ายังไม่อยากให้ฉันอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ก็หุบปากของเธอไปซะ” เรียบของร่างสูงตอบกลับมานิ่งๆ
“ฉันไม่เงียบหรอกค่ะ จนกว่าท่านจะตอบกลับมาว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงตามที่ดิฉันบอกไป ว่าคนๆนั้นเป็นคนสำคัญของท่าน” แคร์เริ่มไม่สนใจสิ่งรอบข้างตอนนี้เธอต้องการเพียงคำตอบที่ออกมาจากปากของร่างสูงเท่านั้น
“ลูกแคร์ เงียบก่อนให้พ่อคุยกับแซนซัส ให้จบเสียก่อนแคร์รอล” ผู้เป็นพ่อเริ่มใส่อารมณ์กับลูกสาวก่อนจะหันกลับไปสนทนากับร่างสูงที่นั่งนิ่งอีกครั้ง
“งั้นฉันจะถามต่อ เด็กสาวที่อยู่ในห้องนั้นเจ้ากักไว้ทำไม”
“พอสเวโซ่ฉันจำได้นะว่าเราไม่ได้คุยเรื่องๆนี้” เสียงของแซนซัสตอบด้วยน้ำเสียที่สะใจเล็กๆก่อนที่จะตอบกลับไปให้ผู้สูงวัยกว่าทราบ “คนๆนั้นไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่แกเข้าใจสักหน่อยพอสเวโซ่และฉันก็ไมได้ขังอะไรเจ้านั้นก็แค่เก็บของของฉันให้มันดีก็เท่านั้น”
แซนซัสกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย
มันซึ่งคิดว่าจะควบคุมเขา..แต่กลับโดนเขาคุมเกมส์ทั้งหมดไว้...
ไม่รู้เลยหรือไงว่าฝีมือมันคนละชั้นกันไอสวะ....
“มีอะไรต้องการที่จะรู้อีกไหมหละ พอสเวโซ่”
“ถ้าเจ้ายังจะให้ฉันถามฉันก็ขอยืนยันว่าให้เอาเจ้านั้นออกไป” ชายผู้สูงวัยทำท่าทางตกใจเมื่อได้ยินว่าคนที่เค้าคิดว่าเป็นหญิงสาวกลับเป็นชายหนุ่มและตัวเขาก็เป็นพวกมีเซ้นส์ดีเสียด้วยว่า ชายคนนั้นจะทำให้เขาต้องเสียแผนบางแผนไป
“ฉันคิดว่าคงไม่ต้องทำตามที่บอกหรอกนะในเมื่อมันเป็นของของฉันแกก็ไม่มีสิทธ์ที่จะสั่งอะไร และฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำตามที่แกบอก” แซนซัสยังพูดกวนประสาทชายผู้สูงวัยกว่าเป็นระยะๆ
นัยน์ตาสีโกเมนจ้องดูบุคคลสองคนเบื้องหน้า ท่าทีที่ทั้งสองเหมือนจะผ่ายแพ้ในเกมส์ที่พวกตนสร้าง
“ต้องการที่จะถามอะไรอีก พอสเวโซ่ตอนนี้ฉันรู้สึกชักจะสนุกขึ้นมาเสียแล้วต้องการที่จะรู้อะไรอีกไหมหละตอนนี้ฉันพร้อมที่จะตอบเต็มที่” การเล่นเกมส์ที่เขาไม่มีวันพ่ายแพ้ให้กับพวกที่อ่อนหัดตรงหน้า
ตอนนี้ทั้งสองคนรู้แล้วว่าทำไม….ทำไม.....
หลายๆคนถึงกล่าวว่าชายผู้นี้หน้ากลัว....
หลายๆคนถึงกล่าวว่าชายผู้นี้เป็นคนๆเดียวที่ไม่กล้าที่จะต่อกรด้วย…
หลายๆคนถึงกล่าวว่าชายผู้นี้ไม่มีทางยอมที่จะเสียเปรียบใคร....
หลายๆคนเลือกที่จะเกรงกลัวและยอมชายคนนี้....
เพราะชายคนนี้ไม่เคยสนใจใครนอกจากตนเองและทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของตน....
ชายที่ปกครองคนทุกคนให้อยู่ภายใต้ความเกรงกลัวในอำนาจ.....
“เงียบทำไมหละไม่คิดจะถามอะไรแล้วเหรอไง” ร่างสูงทวนคำถามใส่ฝ่ายตรงข้าม
“ไม่มี งั้นฉันกับลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้วพรุ้งนี้ฉันกับลูกจะกลับปราสาท แต่เจ้าก็ควรพักผ่อนด้วยแซนซัส” พอสเวโซ่กล่าวพร้อมลากลูกสาวของตนขึ้นไปยังห้องที่ทางปราสาทจัดเตรียมไว้ให้
โดยทิ้งให้ที่กำลังจะหลุดหัวเราะให้ท่าทีของสองพ่อลูก
“เชิญหวังว่าพรุ่งนี้คงจะกลับไปได้แล้วนะ ก็หมดเรื่องที่จะถามแล้วนี้” ร่างสูงยังพูดทิ้งให้ให้คนสองคนที่กำลังเดินไปขึ้นไปทางด้านบนของปราสาท
.............................................................................................
“บอส ทำไมบอสไม่จัดการซะเลยหละเจ้าชายไม่ชอบคนพวกนั้นเลย” เบลฟากองเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายหลังจากที่รอให้ทั้งสองคนขึ้นไปด้านบนเรียบร้อยแล้ว
“แกคิดว่าจัดการมันตอนนี้จะสนุกหรือไง” แซนซัสหันไปตอบเบลขณะที่กำลังยกแก้วสุราขึ้นมาดื่มต่อ
“ถ้าแกคิดว่ามันยังไม่สนุกพ่อก็รอเวลาเล่นพวกมันไปซะดีกว่า”
“บอสถ้าบอสไม่มาเจ้าชายจะตัดมือไอแมลงสาบนั้นแล้วนะ บังอาจทำร้ายพี่ของเจ้าชาย” เบลฟากองนึกย้อนกลับขณะที่พอสเวโซ่กำลังตบร่างบางที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร
“ฉันไมไดห้ามให้แกตัด แต่แกควรคิดว่าถ้าแกตัดมือไอสวะนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นแกก็ควรที่จะจำไว้ในสมองด้วยไอสวะเบล”
“รับทราบบอสแต่ให้เจ้าชายไปเล่นกับสคอวโล่ได้ไหมอ่ะ เจ้าชายอุตส่าห์มาขออนุญาตบอสเลยนะนี้”
ร่างสูงหันไปมองเบลขณะที่กำลังนั้นโยนมีดพกของตนเล่น
“ถ้าแกไม่ไปทำอะไรมันนอกเหนือจากที่แกบอกก็ ตามใจแก”
“รับทราบบอส รับรองเจ้าชายไม่ทำอะไรสคอวโล่หรอกน่าเพรารู้ว่า สคอวโล่อะของของบอสเจ้าชายไม่แกล้งหรือทำอะไรหรอกน่า”
“เจ้าชายไปไสคอวโล่แล้วกันน้า” หลังจากที่เบลพูดเสร็จ ก็รีบพุ่งตัวขึ้นไปชั้นบนทันทีโดยที่ไม่สนใจผู้เป็นนายที่นั่งคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่
........................................................................................................
“โว้ยยยยย ไอบ้านั้น นี้มันเรื่องอะไรกันว่ะ” หลังจากที่ทุกคนออกไปนอกห้อง สคอวโล่นั่งเรียบเรียงเหตุการณ์ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่
เขานอนอยู่ดีๆ ก็มี ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้เข้ามาในห้องโวยวายใส่เขาแล้วโกรธเขาด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ร้องกรี๊ดจนคนข้างล่างขึ้นมาด้านบนจนเต็มห้องไปหมด แถมโดนไอแก่ที่ไหนไม่รู้ มาตบหน้าจนชา
แต่ถึงยังไงมันก็ไม่เท่าที่......
ไอเจ้านั้นมันพูดเอาแต่ใจตัวเองแบบนั้นออกมา ไอบ้าเอ้ย…….
“แกขัดคำสั่งฉัน เพราะแกให้คนอื่นแตะต้องร่างกายของแก ที่มันเป็นของของฉันไงไอสวะ”
“อย่าให้ใครแตะของๆฉันอีกจำใส่สมองไว้ไอสวะ”
โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!
พูดเอาแต่ใจตัวเองที่สุด คำก็ของของมันสองคำก็ของของมัน ไอหน้าบากเอ้ย
มันมาสั่งอะไรแบบนี้มันเป็นเจ้าของชีวิต เขาหรือไงกันว่ะ
ติดใจที่สุดคือ มันก็มีคู่หมั้นแล้วจะมาอะไรกับเขาหนักหนาแถม ปล่อยให้คู่หมั้นตัวเองมามาหาเรื่องคนอื่นอีกดูแลไม่มีดี แล้วยังจะปล่อยให้มันมาหาเรื่องเขาอีก
มาอยู่ที่นี้ไอคนบ้านนี้มันสร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน มีแต่เรื่องสรรหากันสร้างมาเรื่องให้เขาจริงๆ ตั้งแต่วันแรกยันวันนี้มันจะมีวันไหนบ้างไหมที่เขาไม่มีเรื่อง
อารมณ์เสียชะมัด....
ร่างบางนั่งใช้ความคิดเรียบเรื่องราวได้ไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นมาอีกครั้ง
“สคอวโล่ เจ้าชายขอบอสมาเล่นกับสคอวโล่ได้แล้วนะ” เบลฟากองพูดขึ้นทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง
“บอกแค่นี้ก็ออกไปซะ เบลฉันจะนอน” สคอวโล่หันไปคุยกับเบลเพียงครู่เดียวก็ทิ้งตัวลงไปนอน
“สคอวโล่ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย เจ้าชายอุตส่าห์ไปขอบอสนะว่าจะมาเล่นกับสคอวโล่อ่ะ” ถึงสคอวโล่จะล่มตัวลงไปนอนเบลก็ยังพะเน้าพะนอให้ร่างบางลุกขึ้นมาเล่นกับตนอยู่ดี
“ไอเล่นกับแม่คู่หมั้นอะไรนั้นสิ อย่างน้อยยัยนั้นก็น่าจะใกล้ชิดแกมากกว่าฉัน”
“พรุ่งนี้ พวกนั้นมันก็จะกลับไปแล้วเจ้าชายจะเล่นอะไรหละ แถมเจ้าชายไม่ชอบขี้หน้ายัยนั้นอย่างแรงอยู่กับสคอวโล่สบายใจกว่าเยอะ” เบลพูดสวนออกมาโดยไม่ฟังร่างบางพร้อมกระโดดขึ้นไปนอนกอดร่างบางที่กำลังเคลิ้มที่จะหลับบนเตียง
“เจ้าชายของนอนกับสคอวโล่นะ ราตรีสวัสดิ์สคอวโล่เจ้าชายนอนแล้ว” เบลพูดพลางรีบก้มหน้าก้มตามนอนหลับทันทีโดยไม่สนเสียงโวยวายใดๆของสคอวโล่
‘โวยไอเด็กเวร มันนี้หละตัวสร้างเรื่องตัวต้นๆเลย’
แต่สคอวโล่ก็โวยวายได้เพียงไม่นานความเหนื่อยอ่อนเข้าครอบคลุมจนเผลอหลับไป
‘แหม สคอวโล่แกล้งนิดแกล้งหน่อยก็โวยวายซะแล้วอย่างนี้เจ้าชายเลยชอบแกล้งไง’ เบลนึกพลางลึกตัวออกจากเตียงหลังจากที่แกล้งสคอวโล่จนหน่ำใจเป็นที่เรียบร้อย
“ราตรีสวัสดิ์จริงๆแล้วสคอวโล่หวังว่าคงไม่เจออะไรอีกนะ” เบลหันมาพูดใส่คนที่นอนหลับพร้อมเปิดประตูห้องออกไปทางด้านนอกของห้อง
...............................................................................................
“เก็บของ พวกแกรีบเก็บเข้าสิฉันจะกลับปราสาทแล้ว” แคร์รอลพยายามเร่งให้ทุกๆคนเก็บของของเธอเข้าไปในกระเป่าให้เร็วที่สุด
เธอไม่ใช่โง่พอที่จะไม่รู้อะไรในเรื่องที่สนทนากันเมื่อวาน
เธอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการที่จะหมั้นหรือแต่งงานกับเธอสักนิดเดียว
“พ่อค่ะลูก.......”
“แคร์รอลตอนนี้กลับปราสาทเราไม่ตั้งหลักกันก่อนดีกว่ายังไงพ่อก็จะต้องทำให้ลูกได้หมั้นและแต่งงานกับแซนซัสแน่นนอนลูกไม่ต้องห่วง” พอสเวโซ่พูดกันลูกสาวของตน
เขาไม่คิดว่าตอนที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเขาจะแพ้.....
คนที่เขาคิดว่าไม่มีทางที่จะเอาชนะตัวเขาเองได้ แต่เขากลับพ่ายแพ้อย่างหมดท่า โดยที่ฟังคำพูดของคนๆนั้นแค่นั้นเอง
“ลูกแคร์เรียบร้อยหรือยังลูก เราต้องกลับกันแล้วพ่อสั่งให้คนเตรียมรถม้าไว้เรียบร้อยแล้วนะเร็วหน่อยลูก” ผู้เป็นพ่อหันไปเร่งลูกสาวของตนให้รีบเก็บข้าวของให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
“ค่ะท่านพ่อ”
เมื่อทั้งสองเก็บข้าวเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางออกไปจากปราสาทโดยที่ไม่มีใครสนใจคนทั้งคู่สักคนเดียว
.......................................................................................................
“บอสสสสสสส วันนี้ปราสาทเราสงบสุขแล้วน้า” เบลทักร่างสูงที่กำลังเดินลงมาทางด้านล่างของปราสาท
แต่ร่างสูงหันไปตอบรับได้การะกระตุกยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาพร้อมกางหนังสือพิมพ์อ่านอย่างสบายใจ
“บอสสคอวโล่ขี้บ่นอะตอนเจ้าชายไปนอนกอด สคอวโล่บ่นใส่เจ้าชายใหญ่เลย” หยังกะสคอวโล่เป็นแม่ของเจ้าชายเลย
ก็นานแล้วที่ไม่มีใครกล้าดุเจ้าชายสักคนเดียวเลยนี้นา แต่ก็ยกเว้นบอสไว้คนหละนะ
“หึ....” มีเพียงเสียงตอบกลับมาของร่างสูงอย่างเบาโดยไม่สนใจอะไรเด็กชายที่กำลังพูดถึงร่างบางที่กำอยู่ด้านบนของปราสาทอย่างออกอรรถรส
...........................................................................................................
......มาคิดๆดูแล้วจริงเขาก็ควรจะมีอะไรตกลงกับไอเจ้าหน้าบากนั้น....
แต่เขาโดนจับตัวมาโดยที่ไม่ได้อยากมาเอง พอรู้สึกตัวเขาก็โดนโยนใส่กรงแล้วโดนลากออกมาประมูล
แถมถูกโดนประมูลโดยไอบ้านี้....
“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!! ปวดหัวโว้ยยยยอะไรมันหนักนาว่ะเนี่ยยยยคิดไม่ออกเลยโว้ย” เสียงร้องของสคอวโล่ดังลงไปด้านหลังจนคนที่กำลังสนทากันอยู่ตกใจในเสียงที่ร่างบางร้องออกมา
“....เจ้าชายว่า ยัยนั้นแต่แต่มีคนมาส่งเสียงแทนยัยนั้นแล้วหละบอส” เบลหยุดเรื่องกำลังพูดคุยกับผู้เป็นนายเปลื่ยนไปสนทนาเรื่องของเจ้าของต้นเสียงร้องเมื่อสักครู่
“บอสเจ้าชายห่วงสคอวโล่อะ ไปดูกันน่ะๆๆๆๆๆ” หลังจากที่เสียงร้องของสคอวโล่ดังออกมาเป็นระยะ จนเบลทนไม่ใหวจึงอ้อนให้ผู้เป็นนายขึ้นไปดูสคอวโล่พร้อมกันตน
“น่ะบอสเจ้าชายขอ” เบลพูดพร้อมลากร่างสูงขึ้นไปยังห้องต้นเสียงร้องที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ฟังคำสั่งตอบรับใดๆจากผู้เป็นนาย
“บอสอะไม่ห่วงสคอวโล่มั่งเลยหรือไง ร้องดังออกขนาดนั้น”
“แล้วเรื่องอะไรที่ฉันต้องห่วงมัน ในเบื่อมันควรจะดูแลตัวเองให้ดีเพราะ ชีวิตมันไม่ใช่ของมันแล้ว เพราะมันเป็นของฉัน”
ร่างสูงเงียบเสียงลงพร้อมเปิดบานประตูห้องนอนของสคอวโล่เพื่อเข้าไปทางด้านใน
ภายในห้องทั้งคู่พบร่างบางที่กำลังนั่งโวยวายคนเดียวอยู่บนเตียงพร้อมหมอนที่ลงไปนอนกองอยู่บนพื้น
สคอวโล่หันไปมองบุคคลทั่งคู่ที่ยืนอยู่หน้าประตู
“เข้ามาทำไมวะไอพวกนี้ไม่เห็นเหรอไงคนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่” เขามาทั้งๆที่เขากำลังคิดหาวิธีหนีออกไปจากที่นี่อยู่เนี่ยได้แล้วแบบนี้มันจะคิดออกได้ยังไงหละว่ะ
“สคอวโล่อะ ทำไมเจ้าชายจะเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้หละปราสาทเป็นบ้านของเจ้าชายนะทุกห้องเจ้าชายเข้าได้หมด” เบลตอบออกไป แต่สายตาของสคอวโล่ไม่ได้อยู่ที่ร่างโปรง แต่กลับไปจ้องมองร่างสูงแทน
“แกไม่ต้องตอบหรอก ฉันก็รู้ยังไงแกก็บอกว่าจะเข้าห้องไหนก็ได้เพราะที่นี้เป็นของของแกสินะ” สคอวโล่พูดเสียงประชดประชันร่างสูงที่กำลังยืนจ้องตนเองอยู่
“เหมือนแกจะลืมอีกอย่างว่าฉันก็เป็นเจ้าของแกด้วยไอสวะเพราฉะนั้น แกอยู่ที่ไหนเจ้านายของแกก็ต้องอยู่ด้วย”
“แกไม่ใช่เจ้านายฉันโว้ย”
“ทำไมจะไม่ใช่ไอสวะฉันซื้อแกมาดังนั้นแกก็เป็นของฉันและฉันก็เป็นเจ้านายแก”
“ฉันไม่ได้สมัครให้ให้โดนขายนี้หว่าไอบ้า” ร่างบางยังไม่ยอมแพ้ที่จะหยุดโวยวาย
“งั้นแกสนใจมา พนันกับฉันไหมหละไอหน้าบาก” สคอวโล่ยื้นข้อเสนอให้ร่างสูงที่กำลังโกรธ
“ฉันจะเล่นกับแกโดยที่ให้แกปล่อยฉันไป ในเวลา 1 วันถ้าแกตามฉันเจอฉันจะยอมแกถ้าแกตามฉันไม่เจอแกก็ปล่อยฉันไปซะ”
.............................................................................................
..................TBC..................

#1 By Uni on 2009-07-25 07:37