[AU Fic]Bidder From The Dark[XS,D18] 10
posted on 07 Jul 2009 22:25 by disaster-ridden
Title: (AU Fic) Bidder From The Dark
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
ตอนที่ 10 Bet (พนัน)
ใบหน้างามกำลังจับจ้องนัยน์ตาสีอความารีนน้ำงามจ้องมองไปที่ร่างสูงอย่างท้าทาย
ท้าทายให้ร่างสูงตรงหน้าตอบรับคำท้าของตน…
เพราะมันอาจเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เขาหนีรอดจากคนพวกนี้ได้แต่ถ้าพลาด...
เข้าจะไม่มีโอกาสนั้นอีกตลอดไป....
“สเปลบี สคอวโล่ แก่คิดยังไงถึงเสนอแบบนี้ออกมา” ร่างสูงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มเยาะร่างบางตรงหน้า
“แกก็รู้ว่าฉันไมได้รู้เรื่อง เรื่องที่ฉันจะโดนจับมาขายแบบนี้ นี้หว่าแล้วแกจะมีสิทธิ์ ได้ไงวะ” สคอวโล่ยังเสี่ยงดวงที่ต่อปากต่อคำกับร่างสูงต่อ
“ถึงแกไม่ยอม แล้วแกจะทำอะไรได้ไอสวะในตอนนี้ยังไงฉันก็ซื้อแกมาแล้วแกจะมาต่อรองให้ได้อะไรขึ้นมาหละไอสวะ”
“ยังไงฉันก็มีสิทธิ์นี้หว่า”
“หรือว่า แกจะไม่ยอมรับคำพนันฉันวะ” ร่างบางเริ่มเห็นท่าไม่ดีที่ร่างสูงจะไม่ยอมรับข้อตกลงที่ตนเองได้เสนอให้จึงพูดท้าทายพยายามให้คนตรงหน้าอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก
“เปล่าหรอกไอสวะ แกคิดว่าคนอย่างฉันจะไม่หล้ารับปากเล่นกับแกเหรอไง”
“ฉันรับปากที่จะเล่นเกมส์ๆนี้กับแกไอสวะ และฉันก็หวังว่าแก คงจะยอมรับความผ่ายแพ้ที่จะเกิดขึ้นแล้วกันไอสวะ” แซนซัสก้มลงไปกระซิบตอบรับคำท้าที่สคอวโล่เสนอให้
“แล้วแกก็ควรเตรียมตัวทำตามที่แกบอกได้เลย ว่าถ้าฉันหาแกเจอแกจะยอมฉันทุกๆเรื่อง” แซนซัสกล่าวอย่างมั่นใจว่าตนเองจะได้รับชนะในเกมส์ที่สคอวโล่สร้างขึ้นอย่างแน่นอน
“แกไม่รู้หรือไงว่าฉันไม่เคยเล่นเกมส์แพ้ใครมาก่อน...ถึงได้มาออกปากพนันกับฉันแบบนี้”
ประโยคที่ร่างสูงพูดออกมาทำให้สคอวโล่ถึงกับหน้าซีด ถึงข้อตกลงที่ดูเหมือนว่าตัวเขาเองจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่ทำไมตอนนี้ดูเหมือนว่า....
เขามีความรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบคนตรงหน้านี้เหลือเกิน.....
“แล้วข้อ ตกลงของแกก็คือ ให้ฉันปล่อยให้แกออกไปเดินเล่น 1 วัน แล้วให้ฉันออกไปตามหาแกถ้าฉันเจอตัวแกแกต้องยอมฉันทุกอย่าง แต่ถ้าไม่แกก็จะให้ฉันปล่อยแกไปและห้ามยุ่งกับแกอีกสินะ”แซนซัสพูดใส่ร่างบางด้วยความเชื่อมั่น
เชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถเอาชนะร่างตรงหน้าได้...
“เกมส์จะเริ่มพรุ่งนี้ไอสวะ หวังว่าแกจะเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่นะ อย่าบอกว่าที่แพ้ฉันเพราะแกไม่ได้เตรียมตัวฉันให้เวลาแกเตรียมตัวหนึ่งวันแล้วเราจะเริ่มเกมกันไอสวะ” แซนซัสพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันไปถามเบลที่อยู่ในห้องด้วย
“แกจะอยู่หรือจะออกไปพร้อมฉันไอสวะ”
“เจ้าชายของอยู่กับสคอวโล่ก่อนได้ไหม บอสเจ้าชายมีอะไรจะคุยอะอยากคุยกับสคอวโล่ก่อนบอสออกไปก่อนเหอะ” เบลตอบกลับไปหาผู้เป็นนายโดยที่ไม่ต้องทำให้ร่างสูงรอฟังคำตอบให้เสียเวลา
“งั้นแกก้อยู่ต่อไปไอสวะ แล้วแก ฉันหวังว่าจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้” เสียงสุดท้ายก่อนที่แซนซัสจะเดินออกไป
“บะบายนะบอสเดี๋ยวเจ้าชายตามไป” เบลหันไปโบกมือลาผู้เป็นนายก่อนจะหันกลับมาสนใจสคอวโล่ต่อ
“ทำไมสคอวโล่ต้องไปพนันแบบนั้นกับบอสด้วยหละ” เบลเอ่ยถามคำถามที่สคอวโล่ได้คาดเดาว่าคนตรงหน้าจะต้องถามตนว่าทำไมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ไม่อยากอยู่กับพวกเรามากเลยหรือไงสคอวโล่” ยังทวนคำถามถามสคอวโล่ แต่กับเป็นคำถามที่ทำให้ร่างบางถึงกับเงียบเสียงลงแทบจะทันทีที่ได้ยิน
“อ่ะ......”
“ตอบไม่ได้หละสิ สคอวโล่ ถ้าตอบไมได้แล้วทำไมต้องพยายามที่จะหนีอยู่ตลอดเวลาด้วยหละถึงทำไม่อยากอยู่กับพวกเรา” น้ำเสียงของเบลที่เคยยียวนและขี้เล่นกลับกลายเป็นน้ำเสียงที่แข็งกระด้างรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ที่เคยประดับอยู่มุมปากในทุกๆครั้งกลับหายไป
“เจ้าชายถามคำถามสคอวโล่เป็นคำถามที่ง่ายมากขนาดนี้ ถ้าตอบไม่ได้ งั้นเจ้าชายก็จะคาดเดาไว้เลยว่าการพนันครั้งนี้ยังไงก็เหอะ ให้ตายสคอวโล่ก็ไม่มีวันที่จะหนีพ้นหรอก แล้วไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น” เบลพูดขัดในขณะที่สคอวโล่จะเอ่ยปากสวนออกไป
“เจ้าชายไม่จำเป็นต้องช่วยบอสตามหาสคอวโล่หรอก ถึงยังไง บอสก็ตามหาสคอวโล่เจอด้วยตัวเองอยู่ดี และถึงเจ้าชายขอไปช่วยบอสก็คงไม่ให้ช่วย”
เพรามันเป็นการพนันของบอสและสคอวโล่....
ซึ่งคนอื่นก็ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งด้วย....
เพราะถ้ามีใครเข้าไปยุ่งกับการพนันของทั้งคาก็เหมือนกับว่า....
บอสจะไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงของสคอวโล่หนะสิ....
ดังนั่นการพนันครั้งนี้บอสก็ต้องตามหาสคอวโล่ด้วยตัวเองอยู่แล้ว...
“งั้น แบบนี้เจ้าชายก็ไม่ควรที่จะต้องโกรธสคอวโล่อะสิ เพราะยังไงสคอวโล่ต้องกลับมาเล่นกับเจ้าชายอยู่แล้วเพราะยังไงก้หนีบอสไม่พ้นอยู่ดีเพราะฉะนั้นเจ้าชายไปก่อนแล้วกันเพราะท่าทางตอนนี้สคอวโล่ไม่ค่อยอยากอยู่กับเจ้าชายเท่าไหร่ เจ้าชายไปก่อนแล้วกันพรุ่งนี้หวังว่าสคอวโล่จะ เที่ยวให้สนุกนะแล้วอย่ากลับมาที่ปราสาทเย็นหละเจ้าชายเป็นห่วงนะ” เบลพูดทิ้งท้ายพร้อมวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่สนใจร่างบางที่กำลังนั่งคิดสิ่งที่ตนเสนอไปว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่ตนต้องเสียอะไรไปหรือไม่
....แค่มองนัยน์ตาสีโกเมนคู่นั้นทำไมคนๆนั้นถึงได้ดูมั่นใจเสียเหลือเกิน....
....แต่ทุกครั้งที่ตัวเขาเองจ้องมองไปที่ชายคนนั้นมันจะรู้สึกว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้เลยสักนิดเดียว....
พ่ายแพ้ตั้งแต่ครั้งแรก...ที่พบเจอจริงๆ....
นัยน์ตาสีอความารีนเหม่อลอยไปเรื่อยโดนที่พยามนึกทบทวนความจำว่าทำไมตนเองถึงตอบคำถามไม่ได้
ก็แค่คำถามที่ถามง่ายๆว่า
‘ทำไมถึงไม่อยากอยู่ที่นี้’
คำตอบที่น่าจะรู้ตอบออกไปได้อยู่แล้วก็คือ เขาเกลียดคนๆนั้น.....
แต่ทำไมเขาถึงตอบคำถามไม่ออกหละทั้งๆที่น่าจะตอบได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่จำเป็นต้องคิดเลยสักนิด
มันเป็นอะไรกันแน่ที่เขาถึงตอบคำถามที่เจ้าเบลถามไม่ออกกันนะ
กลัวอะไรกันแน่กลัวที่จะตอบคำถามหรือกลัวคำตอบที่ตนเองจะพูดออกมากันแน่...
ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลยสักนิด...
กลัวในสิ่งที่ไม่น่าจะกลัว....
แล้วทำไมเราถึงเสนอแบบนั้นออกไป...การพนันที่ถ้าตัวเขาพ่ายแพ้ก็จะไม่มีวันได้ออกไปจากที่แห่งนี้แต่กลับกัน
ถ้าเขาได้ชัยชนะในครั้งนี้มาตัวเขาก็จะไม่มีพันธะอะไรกับคนนั้นอีก
แล้วทำไมถึงกลัว....แต่เรากลัวอะไรกันแน่...กลัวที่แพ้การพนันนี้
หรือกลัวที่จะต้องจากที่นี้ไป.....กันแน่
..................................................................................................
หลังจากที่เบลฟากองออกจากห้องของสคอวโล่ก็ รีบพุ่งตัวไปหาผู้เป็นนายที่ออกมาก่อนตนเพื่อถามคำถามที่ตนต้องการที่จะรู้
‘เพราะบอสไม่เคยยอมอะไรแบบนี้เท่าไหร่เจ้าชายเลยอยากที่จะรู้ถึงจะรู้อยู่แล้วว่า บอสทำแบบนี้เพราะต้องการที่จะได้ครอบครองสคอวโล่อย่าที่สคอวโล่ไม่สามารถมีข้อโต้งแย้งได้ก็จริง แต่บอสก็ไม่ชอบพนันอะไรแบบนี้เท่าไหร่ยกเว้นเรื่องที่มันน่าจะพนันจริงๆอันนี้ให้ตายจับสคอวโล่ขังไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องอะไรแล้วยังไงก็หนีไปไม่รอดอยู่ดี’
เบลเดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของร่างสูงที่ตนเองกำลังคิดว่าผู้เป็นนายจะนั่งอยู่ภายในมือทั้งสองข้างดันบานประตูเข้าไปด้านในอย่างเงียบๆโดยที่เกรงที่ร่างสูงจะทำโทษที่ตนจะไปทำสียงดังรบกวน
“บอสว่าไหมอ่ะ เจ้าชายอยากคุยด้วย”
“ไอเจ้าชายสวะ ถ้าแกจะมาพูดเรื่องที่ฉันตกลงพนันกับไอสวะนั้นไม่ต้องมาพูดเลยฉันตัดสินใจอะไรไปแล้วไม่คืนคำ” ร่างสูงพูดสวนกลับทันที เหมือนรู้ว่าเด็กชายจะเข้ามาถามเรื่องอะไรกับตน
“โธ่ บอสก็รู้ทันเจ้าชาย ยังไงก็จะถามอยู่ดีหละน่าบอสงั้นก็ตอบเจ้าชายมาเหอะบอสนะ” ถึงผู้เป็นนายตรงหน้าจะรู้จุดประสงที่ตัวเขาเข้ามาหา และยืนยันที่จะไม่ยอมตอบคำถามที่ตนเองสงสัยเบลก็ยังดึงดันที่ที่จะขอคำตอบจากปากร่างสูงอยู่ดี
“อยากรู้มากนักหรือไง” แซนซัสละสายตาจากหนังสือที่อ่านหันไปมองหน้าเบล
“ใช่หนะสิบอส”
“เพราะว่า.....มันน่าสนุกไงหละ”
“ได้เห็นไอสวะนั้นหน้าซีด เวลาที่มันหนีตาลีตาเหลือกแกคิดว่ามันน่าสนุกไหมหละ” แซนวัสตอบพลางนึกถึงเวลาที่ร่างบางพยายามที่จะหนีตนเองสุดชีวิต
“ในเมื่อแกรู้แล้ว ก็ออกไปซะเบลเพราะแกไม่มีอะไรจะถามอีกเพราะที่ฉันเล่นกับมันป็นเพียงการเล่นสนุกเท่านั้นหละ” เสียงคำสั่งสุดท้ายของร่างสูงที่เบลได้ยินก่อนที่จะเดินออกไปทางด้านนอกของห้องโดยทิ้งให้ร่างสูงอยู่เพียงคนเดียวในห้อง
....................................................................................................................
กริ้ง..!!!
เสียงโทรศัพท์เครื่องหนึ่งดังขึ้นในปราสาทตระกูลคาวาลโรเน่
“ฮัลโหล ดีโน่ พูด” เสียงทุ่มเอ่ยออกไปดังตามสายโทรศัพท์หลังจากที่เอื้อมมือออกไปรับจากโต๊ะที่วางไว้ข้างเตียงของตน
มีอีกข้างพยายามเวยผมสีทองที่ตกลงมาปรกหน้านัยน์ตาสีอำพันปรือเล็กน้อยหลังจากที่เสียงโทรศัพท์ทำให้ตนเองตื่นขึ้น
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดฉันจะวางแค่นี้นะ ง่วงนอน” เสียงทุ้มตอบกลับไปอีกฝากหนึ่งหลังจากที่ไม่มีเสียตอบรับจากฝ่ายตรงข้ามมา
“ถ้าแกวางฉันจะไประเบิดปราสาทของแกในอีก 10 นาทีให้หลังไอม้าพยศ” น้ำเสียงเรียบตอบกลับมาหลังจากที่ดีโน่กำลังจะเอาหูโทรศัพท์ไปวางไว้ที่เดิมของมัน
“แซนซัส เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น นายโทรศัพท์มาหาฉันก่อน มีเรื่องอะไรเหรอไงถึงได้โทรมา” ดีโน่พูดกับเพื่อนของตนที่ไม่คิดว่าชาตินี้มันจะโทรมาหาเขาด้วยตัวเองแบบนี้
“งั้นฉันจะโทรมาหาแกไม่ได้เลยหรือไงไอสวะ” ฝ่ายตรงข้ามยังตอบกลับมาด้วยน่ำเสียงเรียบๆโดยที่ทำให้อีกฝ่ายเริ่มร้อนรนว่าเพื่อนของตนจะทำอะไรหรือเปล่า
ก็เขาเล่นพูดซะตกใจเหมือนไม่อยากให้มันโทรมาแบบนั้นนี้
“ฉันไม่กวนเวลาอะไรขอแกมากหรอ แค่พรุ่งนี้ฉันจะไปอยู่ที่ปราสาทแกทั้งวันพอดี ถ้าอยู่ที่ปราสาทแล้วมันจะทำอะไรไม่สนุก” เพราะเดี๋ยวเขาจะตามหามันเจอง่ายเกินไปก็ต้องทำให้ตัวเขามองไม่เป็นว่ามันเดินไปทางไหนมันถึงจะสนุก
“จะมาอยู่กับฉัน...แกคิดอะไรอยู่ว่ะแซนซัส” ทันทีที่ดีโน่ได้ยินเพื่อนพูดว่าจะมาอยู่ที่ปราสาทก็เปลื่ยนท่าที่จากสะลึมสะลือกลางเป็นตั้งใจฟังเพื่อนของตนทันที
“ฉันกำลังจะเล่นอะไรกับไอสวะบางตัวในปราสาทนิดหน่อย เพราะงั้นพรุ่งนี้ฉันเลยต้องไปอยู่ปราสาทของแก่ก่อน” เพราะว่าถ้าเกิดเข้าอยู่ปราสาทของตัวเองจะทำให้เขาตามหาตัวมันง่ายกว่า ถ้าเข้ายังไม่รู้ทิศทางที่มันไปมันจะได้มีเวลาเล่นสนุกอีกเยอะ
“แกไม่ต้องพูดว่าใครสักคนในปราสาทหรอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านายจะเล่นอะไรกับใครจะมาก็มา ค้างไหมจะให้คนเตรียมห้องไว้ให้ถ้าเกิดนายค้างนะ” ต่อให้โง่ขนาดไหนก็ต้องรู้อยู่ดีว่านายจะเล่นกับใคร
คงไม่พ้น สเปลบี สคอวโล่ สมาชิกใหม่ของปราสาทวาเรีย
แต่มันไปเล่นอะไรกับแซนซัสได้หละเนี่ยเกิดมาแซนซัสไม่เคยขอไปอยู่ปราสาทของใครนอกจากหายไปเป็นวันๆโดนไม่มีใครรู้ว่าไปไหน อยู่ที่นั้นไม่กี่วันก็ทำแสบไม่ใช่เรื่องแล้วสินะสคอวโล่ แต่ใช่ว่าตอนเด็กๆมันจะไม่แสบ
“ไม่ค้าง หละมั้งเอาเป็นว่ายังไงก็ตามพรุ่งนี้ฉันจะไปบ่ายๆแล้วกันไอม้าพยศ ส่วนอย่าเพิ่งถามอะไรไว้ฉันจะเล่าทีหลังแล้วกันตอนนี้ไม่มีอารมณ์เล่าหวะเจอกัน” ประโยคสุดท้ายที่ร่างสูงพูดผ่านทางโทรศัพท์พร้อมกระแทกหูโทรศัพท์วางไปโดนไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ
ตู้ด....ตู้ด....ตู้ด.....
เสียงโทรศัพท์วางไป โดนทิ้งให้ดีโน่นั่งงงเพื่อนสนิทของตนที่กำลังจะทำอะไรในวันพรุ่งนี้แต่เอาเหอะ...
เขารอฟังมันเล่าวันพรุ่งนี้ก็ได้ว่ะ เพราะเท่าที่เขาคำนวณดูความรีบร้อนจากการคุย เรื่องนี้มันก็คงไม่ได้เกี่ยวกับตัวเขาสักเท่าไหร่หรอก
....................................................................................................................
หลังจากที่ร่างสูงวางหูโทรศัพท์ก็ออกปากหันไปสั่งคนรับใช้ที่กำลังเดินไปมาอยู่ทางด้านนอกของห้องให้จัดเตรียมของที่จำเป็นไว้ในวันพรุ่งนี้
“พรุ่งนี้ฉันจะไม่อยู่ที่ปราสาทพวกแกดูแลกันดีๆ แล้วอย่าไปตามไอสวะนั้นเวลาฉันปล่อยมันไป” แซนซัสสั่งพลางหนไปกำชับเรื่องที่ตนเองพนันไว้กับร่างบางโดยสั่งห้ามคนไหนออกไปตาม
“เพราะยังไงมันคงไม่รอดหรอกเดี๋ยวมันก็กลับมาเองนั้นหละ” ร่างสูงทิ้งคำพูดให้หลายๆคนสงสัยก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องและล๊อกประตูเพื่อนไม่ให้ใครเข้าไปทางด้านในได้นอกจากตน
.....................................................................................................................
รุ่งขึ้น...แสงแดดสาดส่อง สายลมเย็นๆพัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ แต่ซึ่งปกติบนเตียงจะมีร่างบางเรือนผมสีขาวนอนอยู่
แต่วันนี้ร่างๆนั้นกับนั่งเหมือนรอคอยเวลาอะไรยางอย่างที่กำลังจะมาถึง
ก็อกๆๆ.....
เสียงเคาะประตูดังเข้ามาในโสตประสารท ก่อนที่จะมีเสียงคนดันบานประตูเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า
“คุณสคอวโล่ค่ะอาหารเช้าวันนี้ค่ะ” สาวใช้ เดินนำถาดมาวางไว้เบื้องหน้าเตรียมพร้อมเพื่อนให้ร่างบางลุกขึ้นมานั่งทานอาหารที่เตรียมไว้
“ไม่มียานอนหลับหรอกค่ะวางใจได้ทานเหอะค่ะจะได้มีแรงเล่นเกมกับนายท่าน” สาวใจพูดขึ้นเพราะเห็นแววตาที่ไม่ไว้ใจของสคอวโล่จ้องไปที่ถาดอาหาร
“นายจะรอให้คุณทานอาหารเสร็จแล้วจะเข้ามาค่ะดิฉันขอตัว” สาวใช้พูจบก็เดินออกไปทันที
สคอวโล่หันไปมองก่อนจะหันกลับมาจัดการกับอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างไม่รอช้า
...................................................................................................
เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้งร่างสูงในชุดสีดำสนิทยืนอยู่พร้อมกับเด็กชายผมสีทองยืนอยู่ข้างๆ
“การพนันของฉันกับแกเริ่มขึ้นวันนี้แล้วไอสวะหวังว่าแกจะเตรียมตัวดีพอนะไม่ใช่ว่าแพ้แล้วจะขออีกรอบ” ริมฝีปากหนาเอ่ยคำพูดออกมาพร้อมกระตุกยิ้มบางๆ
..........การพนันเริ่มต้นขึ้น..........
............Game Start............
..............TBC..................
Author: ~So~Kiss~
Pairing: XS หลัก , D18 รอง
Rating: PG-13 - NC-??
Comment : Dark (พยายามจะนะคะ และอีกหลายแนว) ย้ำว่าจะพยายามแต่งดาร์ก และจะพยายามแต่ง NC ให้ได้ สาบานว่าจะไม่รั่วด้วยคะถึงจะหวานแหว๋ว....ต่จะพยายามแต่งดาร์ก...(ถึงพลอตมันจะดูออกว่ารู้ก็เหอะOTLเจ็บช้ำจริงๆไอพลอย
ตอนที่ 10 Bet (พนัน)
ใบหน้างามกำลังจับจ้องนัยน์ตาสีอความารีนน้ำงามจ้องมองไปที่ร่างสูงอย่างท้าทาย
ท้าทายให้ร่างสูงตรงหน้าตอบรับคำท้าของตน…
เพราะมันอาจเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เขาหนีรอดจากคนพวกนี้ได้แต่ถ้าพลาด...
เข้าจะไม่มีโอกาสนั้นอีกตลอดไป....
“สเปลบี สคอวโล่ แก่คิดยังไงถึงเสนอแบบนี้ออกมา” ร่างสูงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มเยาะร่างบางตรงหน้า
“แกก็รู้ว่าฉันไมได้รู้เรื่อง เรื่องที่ฉันจะโดนจับมาขายแบบนี้ นี้หว่าแล้วแกจะมีสิทธิ์ ได้ไงวะ” สคอวโล่ยังเสี่ยงดวงที่ต่อปากต่อคำกับร่างสูงต่อ
“ถึงแกไม่ยอม แล้วแกจะทำอะไรได้ไอสวะในตอนนี้ยังไงฉันก็ซื้อแกมาแล้วแกจะมาต่อรองให้ได้อะไรขึ้นมาหละไอสวะ”
“ยังไงฉันก็มีสิทธิ์นี้หว่า”
“หรือว่า แกจะไม่ยอมรับคำพนันฉันวะ” ร่างบางเริ่มเห็นท่าไม่ดีที่ร่างสูงจะไม่ยอมรับข้อตกลงที่ตนเองได้เสนอให้จึงพูดท้าทายพยายามให้คนตรงหน้าอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก
“เปล่าหรอกไอสวะ แกคิดว่าคนอย่างฉันจะไม่หล้ารับปากเล่นกับแกเหรอไง”
“ฉันรับปากที่จะเล่นเกมส์ๆนี้กับแกไอสวะ และฉันก็หวังว่าแก คงจะยอมรับความผ่ายแพ้ที่จะเกิดขึ้นแล้วกันไอสวะ” แซนซัสก้มลงไปกระซิบตอบรับคำท้าที่สคอวโล่เสนอให้
“แล้วแกก็ควรเตรียมตัวทำตามที่แกบอกได้เลย ว่าถ้าฉันหาแกเจอแกจะยอมฉันทุกๆเรื่อง” แซนซัสกล่าวอย่างมั่นใจว่าตนเองจะได้รับชนะในเกมส์ที่สคอวโล่สร้างขึ้นอย่างแน่นอน
“แกไม่รู้หรือไงว่าฉันไม่เคยเล่นเกมส์แพ้ใครมาก่อน...ถึงได้มาออกปากพนันกับฉันแบบนี้”
ประโยคที่ร่างสูงพูดออกมาทำให้สคอวโล่ถึงกับหน้าซีด ถึงข้อตกลงที่ดูเหมือนว่าตัวเขาเองจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่ทำไมตอนนี้ดูเหมือนว่า....
เขามีความรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบคนตรงหน้านี้เหลือเกิน.....
“แล้วข้อ ตกลงของแกก็คือ ให้ฉันปล่อยให้แกออกไปเดินเล่น 1 วัน แล้วให้ฉันออกไปตามหาแกถ้าฉันเจอตัวแกแกต้องยอมฉันทุกอย่าง แต่ถ้าไม่แกก็จะให้ฉันปล่อยแกไปและห้ามยุ่งกับแกอีกสินะ”แซนซัสพูดใส่ร่างบางด้วยความเชื่อมั่น
เชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถเอาชนะร่างตรงหน้าได้...
“เกมส์จะเริ่มพรุ่งนี้ไอสวะ หวังว่าแกจะเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่นะ อย่าบอกว่าที่แพ้ฉันเพราะแกไม่ได้เตรียมตัวฉันให้เวลาแกเตรียมตัวหนึ่งวันแล้วเราจะเริ่มเกมกันไอสวะ” แซนซัสพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันไปถามเบลที่อยู่ในห้องด้วย
“แกจะอยู่หรือจะออกไปพร้อมฉันไอสวะ”
“เจ้าชายของอยู่กับสคอวโล่ก่อนได้ไหม บอสเจ้าชายมีอะไรจะคุยอะอยากคุยกับสคอวโล่ก่อนบอสออกไปก่อนเหอะ” เบลตอบกลับไปหาผู้เป็นนายโดยที่ไม่ต้องทำให้ร่างสูงรอฟังคำตอบให้เสียเวลา
“งั้นแกก้อยู่ต่อไปไอสวะ แล้วแก ฉันหวังว่าจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้” เสียงสุดท้ายก่อนที่แซนซัสจะเดินออกไป
“บะบายนะบอสเดี๋ยวเจ้าชายตามไป” เบลหันไปโบกมือลาผู้เป็นนายก่อนจะหันกลับมาสนใจสคอวโล่ต่อ
“ทำไมสคอวโล่ต้องไปพนันแบบนั้นกับบอสด้วยหละ” เบลเอ่ยถามคำถามที่สคอวโล่ได้คาดเดาว่าคนตรงหน้าจะต้องถามตนว่าทำไมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ไม่อยากอยู่กับพวกเรามากเลยหรือไงสคอวโล่” ยังทวนคำถามถามสคอวโล่ แต่กับเป็นคำถามที่ทำให้ร่างบางถึงกับเงียบเสียงลงแทบจะทันทีที่ได้ยิน
“อ่ะ......”
“ตอบไม่ได้หละสิ สคอวโล่ ถ้าตอบไมได้แล้วทำไมต้องพยายามที่จะหนีอยู่ตลอดเวลาด้วยหละถึงทำไม่อยากอยู่กับพวกเรา” น้ำเสียงของเบลที่เคยยียวนและขี้เล่นกลับกลายเป็นน้ำเสียงที่แข็งกระด้างรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ที่เคยประดับอยู่มุมปากในทุกๆครั้งกลับหายไป
“เจ้าชายถามคำถามสคอวโล่เป็นคำถามที่ง่ายมากขนาดนี้ ถ้าตอบไม่ได้ งั้นเจ้าชายก็จะคาดเดาไว้เลยว่าการพนันครั้งนี้ยังไงก็เหอะ ให้ตายสคอวโล่ก็ไม่มีวันที่จะหนีพ้นหรอก แล้วไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น” เบลพูดขัดในขณะที่สคอวโล่จะเอ่ยปากสวนออกไป
“เจ้าชายไม่จำเป็นต้องช่วยบอสตามหาสคอวโล่หรอก ถึงยังไง บอสก็ตามหาสคอวโล่เจอด้วยตัวเองอยู่ดี และถึงเจ้าชายขอไปช่วยบอสก็คงไม่ให้ช่วย”
เพรามันเป็นการพนันของบอสและสคอวโล่....
ซึ่งคนอื่นก็ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งด้วย....
เพราะถ้ามีใครเข้าไปยุ่งกับการพนันของทั้งคาก็เหมือนกับว่า....
บอสจะไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงของสคอวโล่หนะสิ....
ดังนั่นการพนันครั้งนี้บอสก็ต้องตามหาสคอวโล่ด้วยตัวเองอยู่แล้ว...
“งั้น แบบนี้เจ้าชายก็ไม่ควรที่จะต้องโกรธสคอวโล่อะสิ เพราะยังไงสคอวโล่ต้องกลับมาเล่นกับเจ้าชายอยู่แล้วเพราะยังไงก้หนีบอสไม่พ้นอยู่ดีเพราะฉะนั้นเจ้าชายไปก่อนแล้วกันเพราะท่าทางตอนนี้สคอวโล่ไม่ค่อยอยากอยู่กับเจ้าชายเท่าไหร่ เจ้าชายไปก่อนแล้วกันพรุ่งนี้หวังว่าสคอวโล่จะ เที่ยวให้สนุกนะแล้วอย่ากลับมาที่ปราสาทเย็นหละเจ้าชายเป็นห่วงนะ” เบลพูดทิ้งท้ายพร้อมวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่สนใจร่างบางที่กำลังนั่งคิดสิ่งที่ตนเสนอไปว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่ตนต้องเสียอะไรไปหรือไม่
....แค่มองนัยน์ตาสีโกเมนคู่นั้นทำไมคนๆนั้นถึงได้ดูมั่นใจเสียเหลือเกิน....
....แต่ทุกครั้งที่ตัวเขาเองจ้องมองไปที่ชายคนนั้นมันจะรู้สึกว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้เลยสักนิดเดียว....
พ่ายแพ้ตั้งแต่ครั้งแรก...ที่พบเจอจริงๆ....
นัยน์ตาสีอความารีนเหม่อลอยไปเรื่อยโดนที่พยามนึกทบทวนความจำว่าทำไมตนเองถึงตอบคำถามไม่ได้
ก็แค่คำถามที่ถามง่ายๆว่า
‘ทำไมถึงไม่อยากอยู่ที่นี้’
คำตอบที่น่าจะรู้ตอบออกไปได้อยู่แล้วก็คือ เขาเกลียดคนๆนั้น.....
แต่ทำไมเขาถึงตอบคำถามไม่ออกหละทั้งๆที่น่าจะตอบได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่จำเป็นต้องคิดเลยสักนิด
มันเป็นอะไรกันแน่ที่เขาถึงตอบคำถามที่เจ้าเบลถามไม่ออกกันนะ
กลัวอะไรกันแน่กลัวที่จะตอบคำถามหรือกลัวคำตอบที่ตนเองจะพูดออกมากันแน่...
ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลยสักนิด...
กลัวในสิ่งที่ไม่น่าจะกลัว....
แล้วทำไมเราถึงเสนอแบบนั้นออกไป...การพนันที่ถ้าตัวเขาพ่ายแพ้ก็จะไม่มีวันได้ออกไปจากที่แห่งนี้แต่กลับกัน
ถ้าเขาได้ชัยชนะในครั้งนี้มาตัวเขาก็จะไม่มีพันธะอะไรกับคนนั้นอีก
แล้วทำไมถึงกลัว....แต่เรากลัวอะไรกันแน่...กลัวที่แพ้การพนันนี้
หรือกลัวที่จะต้องจากที่นี้ไป.....กันแน่
..................................................................................................
หลังจากที่เบลฟากองออกจากห้องของสคอวโล่ก็ รีบพุ่งตัวไปหาผู้เป็นนายที่ออกมาก่อนตนเพื่อถามคำถามที่ตนต้องการที่จะรู้
‘เพราะบอสไม่เคยยอมอะไรแบบนี้เท่าไหร่เจ้าชายเลยอยากที่จะรู้ถึงจะรู้อยู่แล้วว่า บอสทำแบบนี้เพราะต้องการที่จะได้ครอบครองสคอวโล่อย่าที่สคอวโล่ไม่สามารถมีข้อโต้งแย้งได้ก็จริง แต่บอสก็ไม่ชอบพนันอะไรแบบนี้เท่าไหร่ยกเว้นเรื่องที่มันน่าจะพนันจริงๆอันนี้ให้ตายจับสคอวโล่ขังไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องอะไรแล้วยังไงก็หนีไปไม่รอดอยู่ดี’
เบลเดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของร่างสูงที่ตนเองกำลังคิดว่าผู้เป็นนายจะนั่งอยู่ภายในมือทั้งสองข้างดันบานประตูเข้าไปด้านในอย่างเงียบๆโดยที่เกรงที่ร่างสูงจะทำโทษที่ตนจะไปทำสียงดังรบกวน
“บอสว่าไหมอ่ะ เจ้าชายอยากคุยด้วย”
“ไอเจ้าชายสวะ ถ้าแกจะมาพูดเรื่องที่ฉันตกลงพนันกับไอสวะนั้นไม่ต้องมาพูดเลยฉันตัดสินใจอะไรไปแล้วไม่คืนคำ” ร่างสูงพูดสวนกลับทันที เหมือนรู้ว่าเด็กชายจะเข้ามาถามเรื่องอะไรกับตน
“โธ่ บอสก็รู้ทันเจ้าชาย ยังไงก็จะถามอยู่ดีหละน่าบอสงั้นก็ตอบเจ้าชายมาเหอะบอสนะ” ถึงผู้เป็นนายตรงหน้าจะรู้จุดประสงที่ตัวเขาเข้ามาหา และยืนยันที่จะไม่ยอมตอบคำถามที่ตนเองสงสัยเบลก็ยังดึงดันที่ที่จะขอคำตอบจากปากร่างสูงอยู่ดี
“อยากรู้มากนักหรือไง” แซนซัสละสายตาจากหนังสือที่อ่านหันไปมองหน้าเบล
“ใช่หนะสิบอส”
“เพราะว่า.....มันน่าสนุกไงหละ”
“ได้เห็นไอสวะนั้นหน้าซีด เวลาที่มันหนีตาลีตาเหลือกแกคิดว่ามันน่าสนุกไหมหละ” แซนวัสตอบพลางนึกถึงเวลาที่ร่างบางพยายามที่จะหนีตนเองสุดชีวิต
“ในเมื่อแกรู้แล้ว ก็ออกไปซะเบลเพราะแกไม่มีอะไรจะถามอีกเพราะที่ฉันเล่นกับมันป็นเพียงการเล่นสนุกเท่านั้นหละ” เสียงคำสั่งสุดท้ายของร่างสูงที่เบลได้ยินก่อนที่จะเดินออกไปทางด้านนอกของห้องโดยทิ้งให้ร่างสูงอยู่เพียงคนเดียวในห้อง
....................................................................................................................
กริ้ง..!!!
เสียงโทรศัพท์เครื่องหนึ่งดังขึ้นในปราสาทตระกูลคาวาลโรเน่
“ฮัลโหล ดีโน่ พูด” เสียงทุ่มเอ่ยออกไปดังตามสายโทรศัพท์หลังจากที่เอื้อมมือออกไปรับจากโต๊ะที่วางไว้ข้างเตียงของตน
มีอีกข้างพยายามเวยผมสีทองที่ตกลงมาปรกหน้านัยน์ตาสีอำพันปรือเล็กน้อยหลังจากที่เสียงโทรศัพท์ทำให้ตนเองตื่นขึ้น
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดฉันจะวางแค่นี้นะ ง่วงนอน” เสียงทุ้มตอบกลับไปอีกฝากหนึ่งหลังจากที่ไม่มีเสียตอบรับจากฝ่ายตรงข้ามมา
“ถ้าแกวางฉันจะไประเบิดปราสาทของแกในอีก 10 นาทีให้หลังไอม้าพยศ” น้ำเสียงเรียบตอบกลับมาหลังจากที่ดีโน่กำลังจะเอาหูโทรศัพท์ไปวางไว้ที่เดิมของมัน
“แซนซัส เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น นายโทรศัพท์มาหาฉันก่อน มีเรื่องอะไรเหรอไงถึงได้โทรมา” ดีโน่พูดกับเพื่อนของตนที่ไม่คิดว่าชาตินี้มันจะโทรมาหาเขาด้วยตัวเองแบบนี้
“งั้นฉันจะโทรมาหาแกไม่ได้เลยหรือไงไอสวะ” ฝ่ายตรงข้ามยังตอบกลับมาด้วยน่ำเสียงเรียบๆโดยที่ทำให้อีกฝ่ายเริ่มร้อนรนว่าเพื่อนของตนจะทำอะไรหรือเปล่า
ก็เขาเล่นพูดซะตกใจเหมือนไม่อยากให้มันโทรมาแบบนั้นนี้
“ฉันไม่กวนเวลาอะไรขอแกมากหรอ แค่พรุ่งนี้ฉันจะไปอยู่ที่ปราสาทแกทั้งวันพอดี ถ้าอยู่ที่ปราสาทแล้วมันจะทำอะไรไม่สนุก” เพราะเดี๋ยวเขาจะตามหามันเจอง่ายเกินไปก็ต้องทำให้ตัวเขามองไม่เป็นว่ามันเดินไปทางไหนมันถึงจะสนุก
“จะมาอยู่กับฉัน...แกคิดอะไรอยู่ว่ะแซนซัส” ทันทีที่ดีโน่ได้ยินเพื่อนพูดว่าจะมาอยู่ที่ปราสาทก็เปลื่ยนท่าที่จากสะลึมสะลือกลางเป็นตั้งใจฟังเพื่อนของตนทันที
“ฉันกำลังจะเล่นอะไรกับไอสวะบางตัวในปราสาทนิดหน่อย เพราะงั้นพรุ่งนี้ฉันเลยต้องไปอยู่ปราสาทของแก่ก่อน” เพราะว่าถ้าเกิดเข้าอยู่ปราสาทของตัวเองจะทำให้เขาตามหาตัวมันง่ายกว่า ถ้าเข้ายังไม่รู้ทิศทางที่มันไปมันจะได้มีเวลาเล่นสนุกอีกเยอะ
“แกไม่ต้องพูดว่าใครสักคนในปราสาทหรอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านายจะเล่นอะไรกับใครจะมาก็มา ค้างไหมจะให้คนเตรียมห้องไว้ให้ถ้าเกิดนายค้างนะ” ต่อให้โง่ขนาดไหนก็ต้องรู้อยู่ดีว่านายจะเล่นกับใคร
คงไม่พ้น สเปลบี สคอวโล่ สมาชิกใหม่ของปราสาทวาเรีย
แต่มันไปเล่นอะไรกับแซนซัสได้หละเนี่ยเกิดมาแซนซัสไม่เคยขอไปอยู่ปราสาทของใครนอกจากหายไปเป็นวันๆโดนไม่มีใครรู้ว่าไปไหน อยู่ที่นั้นไม่กี่วันก็ทำแสบไม่ใช่เรื่องแล้วสินะสคอวโล่ แต่ใช่ว่าตอนเด็กๆมันจะไม่แสบ
“ไม่ค้าง หละมั้งเอาเป็นว่ายังไงก็ตามพรุ่งนี้ฉันจะไปบ่ายๆแล้วกันไอม้าพยศ ส่วนอย่าเพิ่งถามอะไรไว้ฉันจะเล่าทีหลังแล้วกันตอนนี้ไม่มีอารมณ์เล่าหวะเจอกัน” ประโยคสุดท้ายที่ร่างสูงพูดผ่านทางโทรศัพท์พร้อมกระแทกหูโทรศัพท์วางไปโดนไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ
ตู้ด....ตู้ด....ตู้ด.....
เสียงโทรศัพท์วางไป โดนทิ้งให้ดีโน่นั่งงงเพื่อนสนิทของตนที่กำลังจะทำอะไรในวันพรุ่งนี้แต่เอาเหอะ...
เขารอฟังมันเล่าวันพรุ่งนี้ก็ได้ว่ะ เพราะเท่าที่เขาคำนวณดูความรีบร้อนจากการคุย เรื่องนี้มันก็คงไม่ได้เกี่ยวกับตัวเขาสักเท่าไหร่หรอก
....................................................................................................................
หลังจากที่ร่างสูงวางหูโทรศัพท์ก็ออกปากหันไปสั่งคนรับใช้ที่กำลังเดินไปมาอยู่ทางด้านนอกของห้องให้จัดเตรียมของที่จำเป็นไว้ในวันพรุ่งนี้
“พรุ่งนี้ฉันจะไม่อยู่ที่ปราสาทพวกแกดูแลกันดีๆ แล้วอย่าไปตามไอสวะนั้นเวลาฉันปล่อยมันไป” แซนซัสสั่งพลางหนไปกำชับเรื่องที่ตนเองพนันไว้กับร่างบางโดยสั่งห้ามคนไหนออกไปตาม
“เพราะยังไงมันคงไม่รอดหรอกเดี๋ยวมันก็กลับมาเองนั้นหละ” ร่างสูงทิ้งคำพูดให้หลายๆคนสงสัยก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องและล๊อกประตูเพื่อนไม่ให้ใครเข้าไปทางด้านในได้นอกจากตน
.....................................................................................................................
รุ่งขึ้น...แสงแดดสาดส่อง สายลมเย็นๆพัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ แต่ซึ่งปกติบนเตียงจะมีร่างบางเรือนผมสีขาวนอนอยู่
แต่วันนี้ร่างๆนั้นกับนั่งเหมือนรอคอยเวลาอะไรยางอย่างที่กำลังจะมาถึง
ก็อกๆๆ.....
เสียงเคาะประตูดังเข้ามาในโสตประสารท ก่อนที่จะมีเสียงคนดันบานประตูเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า
“คุณสคอวโล่ค่ะอาหารเช้าวันนี้ค่ะ” สาวใช้ เดินนำถาดมาวางไว้เบื้องหน้าเตรียมพร้อมเพื่อนให้ร่างบางลุกขึ้นมานั่งทานอาหารที่เตรียมไว้
“ไม่มียานอนหลับหรอกค่ะวางใจได้ทานเหอะค่ะจะได้มีแรงเล่นเกมกับนายท่าน” สาวใจพูดขึ้นเพราะเห็นแววตาที่ไม่ไว้ใจของสคอวโล่จ้องไปที่ถาดอาหาร
“นายจะรอให้คุณทานอาหารเสร็จแล้วจะเข้ามาค่ะดิฉันขอตัว” สาวใช้พูจบก็เดินออกไปทันที
สคอวโล่หันไปมองก่อนจะหันกลับมาจัดการกับอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างไม่รอช้า
...................................................................................................
เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้งร่างสูงในชุดสีดำสนิทยืนอยู่พร้อมกับเด็กชายผมสีทองยืนอยู่ข้างๆ
“การพนันของฉันกับแกเริ่มขึ้นวันนี้แล้วไอสวะหวังว่าแกจะเตรียมตัวดีพอนะไม่ใช่ว่าแพ้แล้วจะขออีกรอบ” ริมฝีปากหนาเอ่ยคำพูดออกมาพร้อมกระตุกยิ้มบางๆ
..........การพนันเริ่มต้นขึ้น..........
............Game Start............
..............TBC..................

อ่าเรื่อง รีบอนร์ใช่ไหมคร้าบบ
น้องสาวก็เชียรคู่นี้
หลงมาเม้นคร้าบบ
#1 By youuue on 2009-07-08 01:00