[Fantasy] The puzzle of Hunter 1

posted on 22 Jul 2009 11:12 by disaster-ridden

 สวัสดีค่ะพลอยค่ะฮะ 55+ พอดีพลอย...เกิดอาการอยากแต่งนิยายแฟนตาซีเลยคลอดเรื่องนี้ออกมาโดยไม่คิด...

 

ไม่คิดจริงๆนั้นแหละ ืเลยเกิดอาการแต่งออกมาเลย.....T-T ก็คือแต่งแล้ว....แต่ดองฟิกแทนตอนนี้พลอยไม่มีกะจิตกะใจแต่งฟิก เท่าไหร่

 

ดองไป 2 เรื่องแล้วนะฟิกแก........ สนองนีทพลอยหน่อยนะค่ะ ย้ำเรื่องนี้ไม่วาย(ต่มันได้คู่วายตั่งแต่ตอนแรกจากชู้อันเป้นที่รักแล้ว

 

...จะพยายามไม่ทำให้วาย เรื่องสำนวนภาษาพลอยก็คงต้องพัฒนาอีกเยอะ...เอาเป็นว่าพลอยฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะค่ะ

 

 ...แล้วจะเผาฟิกมา....ให้.....T-T (หนูตันฟิกจนเพ้อมาเป็นเรื่องนี้ค่ะไม่มีอะไรมาก)

 

 พลอยมาอัพที่โรงเรียนนะเออเลยต้องเร่งความเร็วในการพิมพ์....(...เดี่ยวเพื่อนมาบ่นว่าเอ็งทำอะไร)

 

 

 .............................................................................................

 

  Title: The puzzle of Hunter
Author: ~So~Kiss~
Rating: PG-13
Comment : Fantasy



จุดเริ่มต้นที่ 1  หวนคืน

 

เสียงระฆังดังก้องกังวาน สายลมที่พัดผ่านค่อยแปลเปลื่ยนทวีความรุนแรงจนคล้ายกับเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกลับไม่ต้องการให้มีพิธี ดังกล่าวเกิดขึ้น



เสียงบทเพลงอันแสนไพเราะดังขึ้นในโบสถ์พร้อมเจ้าสาวในชุดแต่งงานสีสะอาดเดินตรงไปยังแท่นพิธีที่คนรักของเธอยืนรออยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มของบุคคลอันเป็นที่รักส่งมาบ่งบอกให้เธอไม่ต้องกังวลกับสภาพภายนอกที่เกิดขึ้นทางด้านนอก หญิงสาวได้เพียงแต่ยิ้มตอบกลับไปบางๆพร้อมได้ความเชื่อมั่นมาแทนความกังวลที่อยู่ภายในจิตใจ



ไม่นานเสียงสายลมก็เบาบางลงแต่ทดแทนด้วยเสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบลงสู่พื้นดิน....เสียงบานประตูถูกเปิดอย่างรุนแรงพร้อมชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาภายใน โดยที่ไม่สนใจผู้คนที่แตกตื่นกับการปรากฏตัวของเขา



นัยน์ตาอเมทิสต์กวาดมามองผู้คนไปรอบๆบริเวณโบสถ์พร้อมสะบัดเรือนผมยาวสลวยสีทองสว่าง ก่อนจะหันไปหาสิ่งที่เขาต้องการ สายตาไปสะดุดกับชายหนุ่มร่างสูงอยู่ในชุดสีดำสนิทของบาทหลวงที่ยืนเด่นอยู่บนแท่นพีธี



ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาบางๆ พร้อมก้าวเท้าไปหาชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้า



“เดมอสด์ ไฮเดนท์ นายหายไปแล้วมาอยู่ที่นี่เนี่ยนะ แกกล้าทิ้งฉันแล้วมาอยู่ที่นี่แกกล้ามากเดส” ริมฝีปากของชายหนุ่มเรือนผมสีทองหันไปตวาดใส่คนเบื้องหน้า



“แกนี่ไม่รู้เลยหรือไง คนเขาลำบากขนาดไหนตอนแกหายไป ทำงานคนเดียวมันเหนื่อยนะโว้ยตอนนี้ฉันเจอแกแล้วกลับไปกับฉันซะดีๆเดส อย่าคิดว่าฉันจะไม่รู้จักแกดี ให้ตายแกอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกเพราะที่นี่ไม่เหมาะกับแกสักเท่าไหร่” ร่างเล็กกว่ายังตะโกนใส่ชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ



เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆพร้อมเสียงตอบกลับอย่างเรียบๆ



“โรลอาร์ วาเรนส์ ฉันหวังไว้ว่าพระผู้เป็นเจ้าจะไม่พิโรธนายที่เข้ามาขัดขวางพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของบุคคลทั้งสอง” นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ จ้องมองผู้มาใหม่อย่างไม่ลดละคำกล่าวที่เหมือนตนจะเป็นผู้รับใช้พระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงหลุดลอดออกมาจากริมฝีปาก



“แต่มันคงจะไม่เท่ากับที่เจ้านำพาปีศาจที่แสนน่ารังเกียจเข้ามายังสถานที่อันแสนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หรอกโรลอาร์” บาทหลวงหนุ่มยังกล่าวอย่างสบายอารมณ์พร้อมรอยยิ้มที่ออกมาจากมุมปาก



“นายพูดแบบนี้เป็นด้วยแฮะ...ทั้งๆที่คนอย่างนายไม่เคยเชื่อในพระเจ้าเลยสักครั้งเดียวในชีวิต แต่ก็นะฉันนึกว่านายจะลืมชื่อฉันไปเสียแล้วเดสเล่นให้ฉันพูดคนเดียวตั้งนาน แล้วนายสนใจจะไปร่วมวงกับฉันไหมหละงาน ‘ล่า’ ที่พวกเราคุ้นเคยไงหละ” โรลอาร์ได้แต่พูดเชิญชวนพร้อมหันหลังกลับไปด้านนอกโบสถ์ มือทั้งสองข้างชักปืนสีเงินเงางามที่บ่งบอกถึงการดูแลรักษาเป็นอย่างดีจากเจ้าของออกมากราดยิงปีศาจไปทั่ว



บาทหลวงหนุ่มได้แต่มองเพื่อนของตนเริ่มร่ายรำท่ามกลางวงของปีศาจ กระสุนนัดแล้วนัดเล่าถูกนำออกจากรังเพลิงมุ่งตรงเข้าไปเจาะฝังเข้าไปยังกะโหลกศีรษะของเหล่าปีศาจ  เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณกลิ่นคาวเลือดที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าปีศาจคละคลุ้งพร้อมทั้งหยาดฝนที่ที่ตกลงมาราวกลับเป็นหยาดน้ำตาของพระผู้เป็นเจ้าร่ำไห้ให้กับเหล่าปีศาจชั้นต่ำพวกนั้น



“ท่านไฮเดนท์ รีบหลบไปเถอะครับเดี๋ยวจะเป็นอันตราย ท่านยิ่งสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเดี๋ยวได้กลิ่นคาวเลือดของเจ้าพวกนั้นเดี๋ยวท่านจะเป็นอะไรไปเสียก่อน” ชายหนุ่มยังจ้องเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างไม่ละสายตาโดยที่ไม่ฟังเสียงของชายผู้ที่กล่าวกับตนด้านข้างเลยสักนิดเดียว



ในตอนนี้เขายังต้องการที่จะเข้าไปร่วมวงต่อสู้หรือยังไงทั้งที่ๆ เขาไม่ได้ล่าเจ้าพวกนี้มานานมากแล้ว....



เดมอสด์ไม่เพียงไม่ตอบกลับแต่เอามือล้วงเข้าไปในเสื้อพร้อมกระชากสร้อยรูปเคียวสีเงินออกมาเหมือนกลับกำลังปลดผนึกอะไรบางอย่าง เพียงไม่นานจี้เคียวเล็กๆสีเงินกลับกลายเป็นเคียวขนาดใหญ่ ใบมีดสีเงินคมกริบพร้อมด้ามจับที่ทำให้ขนาดพอเหมาะกับผู้เป็นเจ้าของ



คนรอบข้างมองชายคนนี้อย่างไม่เชื่อสายตาพร้อมมองเคียวสีเงินขนาดใหญ่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าอาวุธชนิดนี้คือ อะไรแต่พวกเข้าไม่เชื่อที่ชายผู้นี้จะเป็นนักล่าปิศาจ จะมีเพียงแต่ชายผู้ร่ายรำอยู่ท่ามกลางวงล้อมของปีศาจได้โปรยยิ้มบางๆให้



ผู้คนรอบข้างได้แต่มองเคียวสีเงินในมือของบาทหลวงหนุ่มก่อนร่างร่างนั้นจะหายเข้าไปในวงล้อมของปีศาจ มีแต่สีเงินของเคียวในมือที่ถูกตวัดไปรอบๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำตกลงบนพื้นดิน



เสียงกระสุนปืนนัดแล้วนัดเล่าถูกเหนี่ยวไกออกจากรังเพลิง



เสียงคมดาบที่ตัดผ่านร่างไม่มีแม้แต่เสียงวิงวอนขอชีวิต มีแต่งเพียงร่างไร้วิญญาณของเหล่าปีศาจที่ดิ้นทุลนทุลายอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง เลือดสีแดงสดไหลรินออกจากซากศพนับสิบตัวที่นอนเกลือนกลาดอยู่ มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่สามารถคงสภาพรูปเดิมของมันไว้ได้....



ทั้งสองยืนท่ามกลางเศษซากจากสิ่งที่เคยเป็นปีศาจ ก่อนจะเก็บอาวุธในมือพร้อมเดินเข้าไปยังโบสถ์สถานที่อันศักดิ์อีกครั้ง



“เดมอสด์ไหนนายทำท่าหยังกับจะลามือออกจากวงการนี้ได้นะ” โรลเอ่ยปากถามอย่างยียวน มือทั้งสองข้างพยายามที่จะสะบัดผมของตัวที่ปรกหน้าออก



“โรลอาร์ นายไม่ต้องพูดมากสิ่งที่นายนำพาสิ่งสกปรกเข้ามาใกล้โบสถ์นี่ก็เป็นบาปมากแล้วช่วยหยุดต่อปากต่อคำกับฉันเสียที”



“แต่นายมีที่ให้ฉันอาบน้ำไหมนี่เหนียวตัวจะตายอยู่แล้ว นายก็รู้ฉันไม่ชอบกลิ่นคาวเลือดของไอพวกนี้เท่าไหร่ถึงมันจะชินแล้วก็เหอะนะ” ก่อนที่เดมอสด์จะได้สวนอะไร เสียงของโรลอาร์ก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมพาร่างของตนวิ่งนำเข้าไปในโบสถ์ โดยไม่สนใจเพื่อนของตนที่จะเอ่ยปากตอบอะไร



นัยน์ตาสีแซฟไพร์ได้แต่หันไปมองผู้คนที่จ้องมองตนอยู่พร้อมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายว่า



“ยังต้องการที่จะทำพิธีการแต่งงานไหมครับผมยังทำหน้าที่บาทหลวงให้พวกคุณได้อยู่นะครับ”



หลังจากที่เดมอสด์กล่าวออกมา โดยที่ตัวเองไม่ได้เข้าใจในสถานการตอนนี้สักเท่าไหร่ว่าทำไมคนรอบข้างถึงมองตนด้วยสายตาแปลก



ใช่ว่าเมื่อก่อนเขาจะไม่เคยออกล่าพวกมัน แต่นี้เขาเพิ่งออกมาล่าหลังจาก เลิกล่าไปเมื่อ ปี สองปีก่อนก็เท่านั้น



“อ่า ถ้าไม่ต้องการทำพิธีต่อผมขอตัวนะครับ ขอให้พระเจ้าปกป้องและคุ้มครองทุกท่าน” เดมอสด์ยังกล่าวด้วยวาจาที่สุภาพ พร้อมเดินกลับเข้าไปยังส่วนในของโบสถ์โดยที่ไม่สนผู้คนรอบข้างที่จะพยายามเอ่ยปากถามเรื่องราวเกี่ยวกับตนเลยสักนิด




...........................................................................................................




“เฮ้ เดส นายมีเสื้อผ้าอะไรให้ฉันยื้มใส่มั่งไหมพอดีไม่คิดว่าไอพวกนี้มันจะตามมาเลยไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลื่ยนเลยสักตัว” โรลอาร์ยังเอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยท่าทีสบายๆโดยไม่รับรู้ถึงความโกรธของคนด้านนอกเลยสักนิด



“เดสมอสด์ ไม่เจอกันปีกว่าๆนายลืมกระทั่งเสียงเพื่อนสนิทเรียกชื่อเล่นของนายแล้วเหรอไง”



“โรลอาร์ฉันจะถามนาย หนึ่งคำถาม มาที่นี่ทำไม”เสียงคำถามสวนมาพร้อมนัยน์ตาสีแซฟไพร์ที่ต้องมองคนด้านในด้วยความสงสัย



“ในเมื่อนายถามมาคำถามเดียวฉันก็ขอตอบว่า มาตามให้นายกลับไปล่าไอพวกนั้นด้วยกัน” โรลอาร์เลือกที่จะไม่เรียกพวกนั้นว่าปีศาจเหมือนใครหลายๆคนได้เรียกกัน



เพราะถ้าเข้าเรียกพวกนั้นว่าปีศาจแล้วคนที่ล่ามันอย่างพวกเข้ามันจะต้องเรียกว่าอะไร ซาตานเลยงั้นเหรอ



“งั้นฉันของเลือกที่จะปฎิเสธ ในการกลับไปล่าอีกครั้ง โรลอาร์เพื่อนยากนายไม่คิดหรือไงว่า ที่ฉันหายหัวไป เกือบสองปีนี่ฝีมือมันจะไปตกลงไปจากเดิม”



“ฮะๆๆ ดะ..เดส นายนี้มันฮาได้อีกว่ะ แกมันซื่อหรือบื้อกันแน่วะ เมื่อกี้มันใครคนไหนถือเคียวเล่มนั้นออกไปสู้ได้นอกจากนายมั่งแถมรังสีอำมหิตรุนแรงจนคนรอบข้างพากับกลัวไปเสียหมด โกหกอะไรดูตัวเองเสียงมั่ง” โรลอาร์พูดตอบด้วยน้ำเสียงที่กลั้นหัวเราะซะเต็มที่



ให้ตายเหอะเดมอสด์ คนที่โกหกไม่เก่ง เรียกว่าไม่เป็นเลยดีกว่า อย่างนายนี้กล้ามาโกหกคนอย่างฉันแต่ก็ดีที่นายไม่ได้พูดอะไรมากมายไม่งั้นฉันก็คงหาคนพูดสวนมันไม่ทันและอาจจะหัวเราะจนท้องแข็งตายได้ง่ายๆ



เหมือนคำพูดที่พูดออกไปจะขัดกับที่โรลพูดออกไปเสียหน่อย จริงๆแล้วเดมอสด์เป็นคนที่ฉลาดมากฉลาดพอๆกับโรลอาร์เลยก็ว่าได้แหละ แต่ติดที่เขาไม่ชอบการพูดคุยหรือเรียกง่ายๆว่าไม่พูดมาก และแถมเขาไม่ชอบที่จะสุงสิงกับใคร คนที่รู้จักเดมอสด์มานานอย่างโรลอาร์ยังแปลกใจที่เขามาอาศัยอยู่ในโบสถ์ นี้เสียด้วยซ้ำคนที่ไม่ชอบพูดอย่างคนคนนี้



“เอาเป็นว่าฉันอยู่นี้จนกว่านายจะเปลี่ยนใจแล้วกันนะเดมอสด์เพื่อนยากหวังว่าฉันจะได้คำตอบที่พอใจในเร็ววันขอให้พระเจ้าคุ้มครองฮะๆ” โรลอาร์พูดด้วยน้ำเสียงติดตลกพร้อมพูดยียวนใส่คนที่อยู่ด้านนอกของห้องน้ำ



“แต่เสื้อหละเมื่อไหร่ฉันจะได้หนาวแล้วนะเดส”



“งั้นก็ขอให้พระเจ้าอำนวยพรให้นายสมหวังแล้วกันโรล” เดมอสด์พูดพร้อมยื่นเสื้อเข้าไปให้



“งั้นพระเจ้าคงไม่ต้องเหนื่อยเท่าไหร่ยังไงนายก็อยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกฮะๆ”




...............................................................................................................




เสียงสายลมพัดผ่านทำให้รู้ว่าด้านนอกสายฝนได้หยุดตกลงแล้วหลงเหลือไว้เพียงซากศพของเหล่าปีศาจที่กองระเนระนาดอยู่ทั่วๆบริเวณ



สายตานับร้อยคู่ได้แต่จ้องมองอย่างสงสัย



รอยคมมีดตัดใครดูก็รู้ว่าระดับมืออาชีพ และคนที่มาใหม่ก็มืออาชีพเช่นกันดูจากการยิงไม่พลาดเป้าเลยสักนัดกระสุนทุกนัดตรงเข้าจุดตายทุกจุดและคนทั้งคู่ไม่มีแม้แต่รอยบาดแผลเลยสักจุดเดียว...



ทุกคนในที่นี้มีแต่เพียงความสงสัยในคนทั้งคู่ คนหนึ่งคือบาทหลวงที่พวกเขาเคารพและอีกหนึ่งเป็นชายผู้มาใหม่กับบทสนทนาของคนทั้งคู่ที่พวกเขาไม่เข้าใจเลยสักอย่าง



“ท่านไฮเดนท์ ถูกเรียกด้วยชื่ออีกชื่อหนึ่ง” ชายคนหนึ่งพูดออกแสดงความคิดเห็นออกมาด้วยความสงสัย



เดมอสด์ ไฮเดนท์ ชื่อของนักล่าปีศาจ...ที่แข็งแกร่งจนยากจะหยั่งถึงอาวุธคู่กายคือเคียวสีเงินขนาดใหญ่กับโรลอาร์ วาเรนส์ ชื่อของคู่หูของ เดมอสด์ ถ้าท่านไฮเดนท์ชื่อ เดมอสด์จริงๆพวกเขาก็เป็นนักล่าปีศาจที่แข็งแกร่งแต่...ทำไมคนใดคนหนึ่งถึงต้องมาอยู่ที่นี้ด้วย



“เดมอสด์เขาถูกเรียกด้วยชื่อนั้นและอีกคนท่านไฮเดนท์ก็เรียกเขาว่า โรลอาร์ วาเรนส์ ผมได้ยินเช่นกัน” เพียงแค่ชื่อก็สร้างความสงสัยให้กับผู้คนมากมายขนาดนี้ตัวจริงและอดีต...ของพวกเขาจะน่าสงสัยขนาดไหน




..............................................................................................................




แสงแดดอ่อนๆสาดส่อง เสียงเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานในลานกว้างของหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง



“เดมอสด์นายจะเข้มงวด เถรตรงไปไหนน้า” โรลอาร์ตัวน้อยยืนบ่นเป็นหมีกินน้ำผึ้งอยู่ข้างๆเด็กชายผมดำที่กำลังนั่งสำนึกผิดอยู่บนพื้นหลังจากที่เดมอสด์วิ่งเล่นแล้วไปทำกระจกแตกเข้าและก็วิ่งไปสารภาพความผิดเองทั้งๆที่เงียบไว้ก็จบ



“ฉันทำผิดแล้วก็ต้องควรที่จะนั่งสำนึกผิดนะโรลอาร์ นายจะไปเล่นก่อนก็ได้ อีก30นาทีฉันก็ได้ลุกแล้วไปเล่นรอก่อนไป” เดมอสด์ตัวน้อยหันมาพูดกับเด็กชายผมที่นั่งกำลังยืนมองเขาอยู่



“ฉันยืนมองนายสนุกกว่าเล่นกับเด็กพวกนั้นตั้งเยอะ” โรลอาร์ พูดพาลไปถึงเด็กๆวัยเดียวกับพวกเข้าทั่งสองที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน



“เพราะยังไงพวกนั้นก็ไม่ยอมที่จะมาฝึกยิงปืนแบบฉันเหมือนกับนาย ที่ไม่มีใครมาฝึกกับนายเหมือนกันนั้นหละ อีก 30นาที นายโดนลงโทษเสร็จก็ไปฝึกกับฉันหน่อยแล้วกันนะฉันจะ นั่งรอนายตรงนี้แล้วกัน” ใช่การลงโทษของพวกเขาไม่ได้มาจากสาเหตุที่พวกเขา เล่นซนเช่นการเตะลูกฟุตบอลไปโดนกระจกแตกหรือเล่นปาข้าวของกันแต่กระจกที่แจกเกิดจากการที่พวกเขาฝึกซ้อมกันต่างหาก



ไม่เข้าใจเสียเลยว่าทำไมพวกนั้นไม่หันมาสนใจด้านการยิงปืนหรือฝึกซ้อมอาวุธแบบพวกเขาเลยทั้งที่มันเป็นเรื่องที่น่าสนุกออกขนาดนี้



“งั้นฉันจะไปเอาของมาให้นายเลยแล้วกันหวังว่าฉันจะวิ่งมาทันตอนนายสำนึกผิดเสร็จแล้วกันนะ” โรลอาร์พูดเสร็จก็ออกวิ่งไปจากจุดที่ยืนอยู่ทันทีโดยไม่เหลียวหลังหันมามองอีกคนที่กำลังนั่งปลงตกในความใจร้อนของเพื่อนสนิท



“หวังว่านายจะแบกของของฉันกลับมาด้วยสภาพที่ปกติที่สุดนะโรล”




.......................................................................................................




“โรลนายยังยิงไม่แม่นเท่าไหร่ ไหล่ซ้ายนายตกลงไปกว่าเก่า 6 องศา ท่ายืนไม่มั่นคงเวลานายยิงถูกปืนดีดกลับดูท่าจะแรงกว่าเดิม ส่งผลทำให้นายยิงไม่ตรงเป้าและยิงหลายๆนัดซ้อนกันไม่ได้หรือเรียกง่ายๆนายฝีมือห่วยลง” เดมอสด์พูดออกมาตรงไปทำให้โรลอาร์หน้าเบ้ในความตรงเกินไปของเพื่อนสนิทคนนี้



“ฉันจะขอบใจนายมากถ้านายพูดรักษาน้ำใจฉันมากกว่านี้สักนิดนะเดสฉันรู้น่าว่ายิงไม่เข้าเป้านายไม่ควรที่จะว่าฉันว่าห่วยลงเลยนี่” ลูกกระสุนที่ถูกยิงออกจากรังเพลิงไปเลยจากจุดกึ่งกลางเพียงนิดเดียวมันว่าเขาว่าห่วยลงเลยเหรอไงนั้น



“ยังไงนายก็ยิงพลาดจากเดิมไปราวๆ 4 มิลแล้วถ้าฉันไม่พูดตรงๆ แล้วพูดกับนายว่าพยายามเข้านะ ‘พลาดไปนิดเดียวเอง’นายจะขยันซ้อมแบบนี้ไหมหละและถ้านายยิงพลาดมันจะไม่เข้าจุดตายทำให้ศัตรูสอยนายร่วงได้ง่ายๆตอนที่นายเผลอ”



“แต่คุณเพื่อนผู้แสนเก่งยังไงรักษาน้ำใจเพื่อนคนนี้ด้วย ฉันรู้โว้ยว่าแกเก่งไม่ต้องตอกย้ำคนฝีมืออ่อนแบบฉันก็ได้หรอกนะ”



โว้ย!มันจะตรงไปไหนของมันว่ะนั่น ขนาดเขายิงพลาดยังบอกระยะที่ยิงพลาดไปจาดเดิมอีก คนอื่นเขาเรียกว่าโคตรแม่นแล้วแบบนี้



“แต่นายก็ยิงเข้าเป้ามากกว่า เมื่อวานแล้วกัน ยังไงมันก็พัฒนามากกว่าเก่าหละนะโรล” เดมอสด์เอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาด้วยรอยยิ้ม



โอ้วพระเจ้า เจ้าเดมอสด์พูดชมผมตั้งแต่จำความได้มันไม่เคยจะพูดชมผมสักครั้ง ถ้าชมมันก็มีน้อยหละ



“...วันนี้ผีเข้านายหรือไงพูดชมฉันเอาเป็นว่าเขินเป็นนะเว้ย” โรลอาร์พูดติดตลกพร้อมเล็งปืนไปทางเป้าก่อนจะเหนี่ยวไกอีกครั้ง




...................................................................................................................



“โรลเย็นแล้วกลับบ้านเหอะ” เดสยื่นมือออกไปหวังว่าคนที่กำลังพยายามลุกจะ ดึงมือเขาไว้



“ขอบใจเดสไม่ต้องก็ได้” โรลไม่ยอมรับมือที่เดสยื้นให้กลับลุกขึ้นด้วยตัวเองทั้งๆที่แรงจะลุกแทบจะไม่มีอยู่แล้ว



แต่มันจะไปยอมหลังจากที่เดมอสด์ชมว่าฝีมือของโรลอาร์พัฒนาขึ้น แต่ลงท้ายเดมอสด์ก็ยังก็ว่าฝีมือของโรลอาร์ห่วยลงกว่าเก่าหรือเปล่านับครั้งไม่ถ้วน



เด็กน้อยทั้งสองเดินกลับเข้าไปยังหมู่บ้านของตน



‘เงียบผิดปกตินะนี้’ โรลหันไปส่งสายตาให้กับเดสพลางสงสัย



เสียงครื้นเครงของหมู่บ้านที่เคยได้ยิน มีแต่ความเงียบ มีเพียงกลิ่นเหม็นเน่าน่าสะอิดสะเอียนราวกับซากศพคละคลุ้งไปทั่วบริเวณลำธารที่เคยใสสะอาดกลับลายเป็นสีแดงของเลือดที่หลั่งรินออกมาจากศพที่กองพะเนินอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ลานกว้างที่พวกเขาและทุกๆคนเคยนั่งเล่นกันกลับกลายเป็นที่ทิ้งซากศพของมนุษย์.....



ไม่มีแต่เสียงกรีดร้องของใครดังเล็ดลอดออกมา...นั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเขารู้แล้วว่าผู้คนตรงหน้าที่พวกเขาคุ้นเคย...ได้ตายหมดแล้วไม่เหลือรอดแม้แต่ชีวิตเดียว...



ก่อนที่พวกเข้าจะได้คิดทำอะไร ด้านหลังกรงเล็บขนาดใหญ่ได้มุ่งตรงเข้ามาเพื่อปลิดวิญญาณพวกเขาทักทีสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาได้เห็นก็คือ...เลือดของตนเองที่ไหลออกมาจากบาดแผลที่เกิดจากกรงเล็บนั่น…



เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นเรื่องราวในอดีตที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขา...ไปตลอดกาล...

 

..............................................................................................................


................................................................................................


......................................................................


....................TBC.........................

 

 

แก้รอบที่ 3 .....เหนื่อยดีอะ